ตู้ไห่ชิงังการกล่าวโทษของซูโสว่เต้า ไม่โมโห แต่กล่าวอย่างสงบว่า “ซูโสว่เต้า ถ้าคุณรู้จักข้อบกพร่องของตัวเอง น่าจะรู้ว่าคุณกำลังไร้คุณธรรมอยู่ ถ้าในตอนนี้คุณยังยืนหยัดว่าคุณคุณธรรมสูงส่ง ก็ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก”
พูดพลาง ตู้ไห่ชิงกล่าวต่อว่า “ความรักสิ่งนี้ ไม่ได้ใช้ปากเพื่อให้ได้มา แต่ต้องใช้การกระทำที่แท้จริงรักษาความสัมพันธ์ไว้ ฉันก็แค่เอ่ยถึงการหย่าร้าง คุณก็รู้สึกว่าฉันไม่เห็นแก่ความรู้สึก แต่ลูกที่อยู่ด้านนอกของคุณ ยี่สิบกว่าปีเข้าไปแล้ว คุณปิดบังฉันมานานขนาดนี้ หลายปีที่ผ่านมานี้ คุณเคยคิดถึงความรักฉันสามีภรรยาของเราบ้างมั้ย?”
ซูโสว่เต้าได้ยินดังนี้ ก็หดหู่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ทันใด
“ใช่...ตอนนี้กล่าวโทษตู้ไห่ชิงไม่เห็นแก่ความรู้สึก แทบจะเท่ากับกำลังตบหน้าของตัวเองอยู่...เพราะ ผมเองคือคนนั้นที่ทำผิดจริงๆ แล้วเมื่อทำผิดก็ผิดมายี่สิบกว่าปี...”
ในขณะที่เขาไม่รู้ว่าจะตอบตู้ไห่ชิงอย่างไร ตู้ไห่ชิงก็ถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ที่ฉันโทรหาคุณ ก็แค่อยากหย่าให้เร็ว เพราะอนาคตฉันจะลงหลักปักฐานที่เมืองจินหลิง ต่อให้ไม่ลงหลักปักฐาน อย่างน้อยก็จะอยู่ที่เมืองจินหลิงช่วงหนึ่ง ดังนั้นหย่าเร็ว ก็เพื่อคุณ คนอื่นจะได้ไม่นินทาคุณได้”
ตู้ไห่ชิงไม่ได้พูดละเอียดนัก แต่ซูโสว่เต้าเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนี้ของเธอแล้ว
ความหมายของตู้ไห่ชิงคือ เธออยากตั้งถิ่นฐานที่เมืองจินหลิง แล้วถ้าคนของตระกูลใหญ่พวกนั้นที่เย่นจิงรู้เรื่องนี้เข้า ทุกคนล้วนเดาออกว่าทำไมเธอจึงอยู่ที่เมืองจินหลิง พูดให้เคลียร์ ก็คือเพื่อเย่ฉางอิง
ถ้าตู้ไห่ชิงกับซูโสว่เต้ายังเป็นสามีภรรยากัน แล้วตู้ไห่ชิงลงหลักปักฐานที่เมืองจินหลิงเพื่อเย่ฉางอิง จะต้องกระทบหน้าตาของซูโสว่เต้า ในระดับหนึ่งแน่นอน
แต่ถ้าหย่าร้างกันแล้ว สำหรับซูโสว่เต้า อย่างน้อยๆก็ยังรักษาหน้าตาเอาไว้ได้บ้าง
ซูโสว่เต้าเกรี้ยวกราดมาก แต่ก็พูดคำพูดที่กล่าวโทษกับต่อต้านอะไรไม่ออก
ในใจเขาตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่มีความเป็นไปได้ที่จะยื้อตู้ไห่ชิงได้อีก ผู้หญิงคนนี้ได้ใจแข็งจะหย่าร้างกับตนแล้ว
เมื่อนึกถึงจุดนี้ ในใจเขาก็ยิ่งเกลียดเย่ฉางอิง
“ไอ้เหี้ยเย่ฉางอิง ไม่จบไม่สิ้นจริงๆเลยนะ!”
“ค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ”
...
ช่วงบ่าย เย่เฉินทานอาหารเที่ยงที่บ้าน กำลังเตรียมเอายาที่ตัวเองกลั่นไว้ออกไป
เพราะตกลงกับฉินเอ้าเสวี่ยน ไปถึงบ้านของเธอก่อนเพื่อแนะนำให้กับเธอ ดังนั้นเย่เฉินจึงเว้นเวลาช่วงบ่ายไว้ก่อนแล้ว
เพื่อสะดวกต่อนำยาไปด้วย เขาจึงได้บอกพ่อตาเซียวฉางควนว่า “พ่อครับ ช่วงบ่ายมีแพลนอะไรมั้ย?”
เซียวฉางควนยิ้มพลางกล่าวว่า “ช่วงบ่ายฉันก็ยังไปสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด ตอนกลางคืนพวกเราต้องทานข้าวกับระดับสูงของซัทเทบีส์”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...