เย่เฉินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาเฉินจื๋อข่ายให้บอกนักบินเฮลิคอปเตอร์ปล่อยเชือกลงมา และมัดตัว Steve และซูโสว่เต๋อติดกันให้แน่นด้วยเชือกไนลอนที่แข็งแรง จากนั้น ทั้งสองก็ถูกกว้านยกขึ้นอย่างเงียบๆ
ในขณะนั้น ซูรั่วหลีเดินถอยหลังแล้วจัดการกับรอยเท้าที่ตัวเองทิ้งไว้ด้วย เธอเดินถอยหลังทีละก้าวจนไปถึงที่ระเบียง จากนั้นเธอก็พูดกับเย่เฉินด้วยความเคารพ “คุณชายเย่ค่ะ จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ! ”
เย่เฉินพยักหน้าให้เธอ ในเวลานี้ เฉินจื๋อข่ายส่งข้อความมาพอดี “คุณชายเย่ มีรถตู้ที่มาจากสนามบินคันหนึ่งได้ขับเข้าไปในชั้นใต้ดินของโรงแรมแล้ว คนของซูโสว่เต๋อได้ปิดกั้นชั้น
เย่เฉินยิ้มเบาๆ “ ดูเหมือนว่าคนรักของซูโสว่เต๋อจะมาถึงแล้ว”
ในขณะที่พูดนั้น เขาก็คว้าเชือกอีกเส้นหนึ่งแล้วหันไปพูดกับซูรั่วหลีว่า “ เราเหลือเวลาไม่มากนัก เธอกอดเอวฉันไว้เราจะขึ้นไปด้วยกัน”
เฮลิคอปเตอร์มีเชือกอยู่ทางซ้ายและขวาเพียงสองเส้นเท่านั้น อีกเส้นหนึ่งได้ผูกตัวของ Steve และซูโสว่เต๋อไว้แล้ว การรอให้กว้านยกขึ้นและคลายเชือกออก จากนั้นก็ปล่อยเชือกลงมาอีกที คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดนาที
เนื่องจากคนรักของซูโสว่เต๋อมาถึงชั้นใต้ดินของโรงแรมแล้ว คาดว่าอีกไม่นานเธอก็จะมาถึงที่นี่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ ทางที่ดีควรรีบออกไปให้เร็วที่สุด
ดังนั้น หากทั้งสองใช้เชือกเส้นเดียวกัน จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
ซูรั่วหลีพยักหน้าโดยไม่ลังเล แต่เมื่อเธอจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองโอบกอดเย่เฉิน แก้มของเธอก็ร้อนขึ้นมาทันที
ในเวลานี้ เย่เฉินคว้าเชือกแล้วพูดกับซูรั่วหลี “ กอดเอวฉันไว้ ฉันจะกอดเธอไว้แน่นๆ ไม่ต้องกลัวนะ”
ซูรั่วหลีตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ได้ค่ะ คุณชายเย่... ”
หลังจากพูดเสร็จ เธอก็รวบรวมความกล้าและก้าวไปกอดเอวของเย่เฉินไว้
เมื่อสัมผัสถึงกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งของเย่เฉิน อุณหภูมิบนใบหน้าของซูรั่วหลีก็ร้อนขึ้นกว่าเดิม
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดและสนิทสนมกับผู้ชายมากขนาดนี้
ทางสองฝั่งของแม่น้ำแยงซีก็กลับสู่ความสงบในระยะเวลาอันสั้น
ในเวลาเดียวกัน
ผู้หญิงที่สวมหน้ากากกับแว่นกันแดดและหมวกทรงแหลมคนหนึ่ง ได้นั่งรถโดยสารส่วนตัวรุ่นอัลฟาร์ดมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดินชั้นที่สองของโรงแรมสากลจินหลิง
คนของซูโสว่เต๋อได้รอคอยอยู่ที่นี่มานานแล้ว
รถโดยสารส่วนตัวหยุดตรงทางเข้าลิฟต์ และบริเวณรอบๆ ของลิฟต์ก็ถูกคนของซูโสว่เต๋อเคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปาปารัสซี่คนใดก็ไม่สามารถแอบเข้ามาในนี้ได้ แม้แต่กล้องวงจรปิดในที่จอดรถของโรงแรมก็ถูกสั่งปิดไปหมดแล้ว
ประตูรถถูกเปิดออก และผู้หญิงที่ปกปิดใบหน้าของเธอจนหมดก็ก้าวลงมา ผู้ช่วยของซูโสว่เต๋อก้าวไปข้างหน้าและกระซิบกับเธอว่า “คุณหนูเจิ้ง เชิญทางนี้ครับ เจ้านายรอคุณมานานแล้ว! ”
ผู้หญิงคนนั้นรีบพูดว่า “ โอ๊ย! งั้นรีบพาฉันขึ้นไปเร็วเข้า! จะปล่อยให้เขารอจนหงุดหงิดไม่ได้เด็ดขาด! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...