ไหม้เฉิงซินส่งเสียงตอบรับ เขาถามเสียงทุ้ม “งั้นตอนนี้นายยังจำได้ไหม อีกฝ่ายแอบใช้วิธีอะไรกับนาย”
อู๋ฉีพยักหน้า สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึก “จำได้ ทุกชั่วโมงผมต้อง...”
ไหม้เฉิงซินพูดโพล่งออกมา “ไม่ต้องพูดแล้ว! นายมองเงินโบราณในมือฉันดีๆ ตั้งแต่ตอนนี้ ลืมคำสั่งของคนอื่นให้หมด เข้าใจหรือยัง!”
อู๋ฉีพยักหน้าต่อ “เข้าใจแล้ว...”
ไหม้เฉิงซินปาดเหงื่อ เขาถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “งั้นตอนนี้นายยังจำวิธีที่อีกฝ่ายแอบทำกับนายได้ไหม”
อู๋ฉีพูดอย่างไม่ต้องคิด “จำได้ เขาให้ผม...”
สีหน้าของไหม้เฉิงซิน ไม่สู้ดีเป็นอย่างมาก เขาตวาดออกมาว่า “นาย...นาย นาย...หุบปากเดี๋ยวนี้!”
อู๋ฉีตกใจจนสะดุ้ง เขาหลุดออกจากการโดนสะกดจิต และรีบหุบปากทันที
อู๋ตงไห่ยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างไม่เข้าใจ เขาถามอย่างกังวล “อาจารย์ไหม้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
ไหม้เฉิงซินส่ายหน้า เขาพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง “คนที่สะกดจิตลูกชายนาย มีความสามารถเหนือกว่าฉัน การสะกดจิตที่เขาใช้ ฉันไม่สามารถลบล้างได้ ถึงขนาดที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย...”
“อะไรนะ!” อู๋ตงไห่ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
เขาไม่อยากเชื่อ ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยและซวนซวน อายุ 90 กว่าปี ไม่สามารถทำอะไรกับกลอุบายของเย่เฉินได้!
สิ่งที่เขาไม่อยากจะเชื่อกว่านั้น ไหม้เฉิงซินเป็นฝ่ายพูดว่า ความสามารถของเย่เฉินเหนือกว่าเขา!
ซูเฉิงเฟิงที่อยู่ข้างๆ ตกใจยิ่งกว่า เขาพูดโพล่งออกมา “ลุง ที่คุณพูดเมื่อครู่ หมายความว่ายังไง ในประเทศ ไม่มีปรมาจารย์ซวนซวนคนไหน มาเทียบกับคุณได้!”
คิดไปคิดมา เขาอธิบายอย่างตะกุกตะกัก “คุณท่านซู ผมพูดตรงๆ เลยนะครับ ลูกชายผมดูเหมือนไม่มีพิษภัย จริงๆ เขาไม่ได้เป็นคนดีอะไร!”
“ให้ตายเถอะ ผมส่งเขาไปเรียน ดูเขาทำตัวสิ หลังไปโรงเรียน เรื่องดีๆ ไม่ทำ ทำแต่เรื่องชั่วๆ เอาแต่ลวนลามนักเรียนหญิง ทำให้พวกเด็กผู้หญิงโดนเขาทำร้ายไม่น้อย...”
“ผมเลยสงสัยมาตลอด เขาอาจจะล่วงเกินคนใหญ่คนโต เพราะเรื่องนี้ก็ได้ หรืออาจไปขวางหูขวางตาคนใหญ่คนโต จึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
ซูเฉิงเฟิงรีบถามว่า “หรือว่ายอดฝีมือคนนั้น ซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยในเมืองจินหลิง”
อู๋ตงไห่พูดอย่างกระอักกระอ่วน “เรื่องนี้...ผมไม่ทราบครับ...”
ไหม้เฉิงซินเดินวนไปวนมาอยู่ที่เดิม เขาเอาแต่พูดพึมพำว่า “เมืองจินหลิง...เมืองจินหลิง...ฉันคิดไม่ออกจริงๆ ทำไมในเมืองเล็กๆ อย่างจินหลิง ถึงมีคนความสามารถแข็งแกร่งขนาดนี้ ที่นี่คือเขตที่กำเนิดของอัจฉริยะบุรุษ หรือมีชิ้นส่วนสมบัติจากสวรรค์อะไรหรือเปล่า...”
ไหม้เค่อเหลนของไหม้เฉิงซิน ที่ไม่ค่อยพูด ตอนนี้เขาเอ่ยออกมาว่า “ทวด คุณหวังว่าจะมีความก้าวหน้าในบั้นปลายชีวิตไม่ใช่เหรอ ผมว่าครั้งนี้คือโอกาสดี!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...