ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ อู๋ฉีไม่ได้ออกจากบ้าน ไม่ได้เจอใครมานานแล้ว
เดิมทีเขาไม่เต็มใจออกไปข้างนอก เขาแทบไม่อยากออกจากบ้านทั้งชีวิต แต่ได้ยินว่าวันนี้ มีคนมีฝีมือ บางทีเขาอาจจะช่วยรักษาอาการประหลาดของตัวให้หาย ความหวังผุดขึ้นในใจของเขา
เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์ ซูอานสุ้นพาสองพี่น้องมาที่ห้องนั่งเล่น
อู๋ตงไห่รีบแนะนำให้ทุกคน “คุณท่านใหญ่ซู อาจารย์ไหม้ นี่อู๋ฉีลูกชายคนเล็กของผม ส่วนข้างๆ คืออู๋ซิน ลูกชายคนโตครับ!”
คุณท่านใหญ่ซูมองอู๋ฉีอย่างสนใจ
เพราะอู๋ฉีเป็นคนแปลกเหมือนชื่อ เพราะคลิปวิดีโอโด่งดังไปทั่ว ทำให้ชื่อเสียงของเขาไม่ได้น้อยไปกว่าดารา
อู๋ฉีโดนคุณท่านใหญ่ซูจ้องขนาดนี้ เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก และก้มหน้าอย่างไม่รู้ตัว
ขณะนั้น อู๋ตงไห่รีบพูดกับไหม้เฉิงซิน “อาจารย์ไหม้ คุณช่วยดูลูกชายคนเล็กของผมหน่อยนะครับ ดูว่าเขาเป็นอะไรกันแน่”
ไหม้เฉิงซินเดินมาตรงหน้าอู๋ฉี เขายื่นมือไปแตะตรงหน้าผาก และหลังศีรษะของอู๋ฉี เขาสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง และก้มเก็บเงินทองแดงอีกครั้ง เขาพูดพึมพำเบาๆ จากนั้นโยนเงินทองแดงลงบนพื้น และจ้องตำแหน่งของเงินทองแดงเขม็ง
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพูดว่า “คุณอู๋ ปัญหาของลูกชายท่าน คงไม่ได้เกิดจากตัวเขา”
ซูเฉิงเฟิงที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้น “ปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวเขา งั้นหมายความว่า เกิดจากคนอื่นเหรอครับ”
“ใช่” ไหม้เฉิงซินพยักหน้า และพูดอย่างจริงจัง “ฉันสงสัยว่าลูกชายของท่าน โดนคนสะกดจิตหรือควบคุมจิตใต้สำนึก”
อู๋ตงไห่ไม่แปลกใจกับข้อสรุปนี้สักนิด เพราะเขารู้ การที่ลูกชายกลายเป็นแบบนี้ เพราะเย่เฉิน
ขนาดราชาบู๊ทั้งแปดยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เฉิน แล้วลูกชายอ่อนปวกเปียกของเขา จะทำอะไรได้
หลังจากนั้นไหม้เฉิงซิน หยิบเงินโบราณที่ผูกเชือก แกว่งไปมาตรงหน้าอู๋ฉี ขณะเดียวกันก็พูดว่า “มองเงินโบราณอันนี้ จากนี้เป็นต้นไป ฉันถามอะไร นายต้องตอบ ห้ามโกหกฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม”
อู๋ฉีพยักหน้า “เข้าใจแล้ว...”
ไหม้เฉิงซินถามเขาอีก “งั้นตอนนี้นายตอบฉันมา อีกฝ่ายสะกดจิตหรือควบคุมจิตใต้สำนึกนายแบบไหน”
อู๋ฉีพูดตะกุกตะกัก “เขา...เขาให้ผมต้องทาน...ทุกชั่วโมง...”
เขายังไม่ทันได้พูดจบ ไหม้เฉิงซินรีบพูดออกมาว่า “พอแล้ว นายไม่ต้องพูดคำสุดท้ายออกมา!”
พูดจบ เขาก็พูดอีกว่า “อู๋ฉี ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าใครจะให้นายทำอะไร แอบใช้วิธีอะไรกับนาย นายต้องลืมมันให้หมด เข้าใจหรือยัง”
อู๋ฉีพยักหน้าอย่างงุนงง และพูดติดๆ ขัดๆ “ผม...ผมเข้าใจแล้ว...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...