เมื่อซูเฉิงเฟิงได้ยิน เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
สิ่งที่เขากลุ้มใจที่สุดในตอนนี้ คือการที่เขาไม่รู้เรื่องที่เมืองจินหลิง
ในเมื่อไหม้เฉิงซินยินยอมไป แน่นอนว่าเขาหวังให้เป็นเช่นนั้น
ดังนั้น เขาจึงพูดอย่างตื่นเต้น “ลุงยอมไปเมืองจินหลิง ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ลุงต้องการอะไรบอกมาได้เลย ผมจะเตรียมไว้ก่อน!”
ไหม้เฉิงซินโบกมือไปมา “นายไม่ต้องเตรียมอะไรให้ฉันหรอก ยิ่งเตรียมเยอะ ก็จะทำให้คนที่ต้องการเล่นงาน รู้ว่าเราเกี่ยวข้องกัน”
ซูเฉิงเฟิงพูดว่า “งั้นผมจัดการเรื่องเสื้อผ้า เรื่องกินอยู่ และเรื่องเดินทางให้ลุงแล้วกันนะครับ”
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง” ไหม้เฉิงซินปฏิเสธ “นายไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น พรุ่งนี้เช้าฉันกับไหม้เค่อ นั่งรถไฟความเร็วสูงไปเมืองจินหลิง เราค่อยหาโรงแรมพัก ตอนถึงเมืองจินหลิง”
ซูเฉิงเฟิงเห็นท่าทีแน่วแน่ของไหม้เฉิงซิน เขาจึงไม่เซ้าซี้ และเอามือมาประสานกันข้างหน้า เพื่อทำความเคารพ “งั้นฝากลุงด้วยนะครับ!”
…
หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เครื่องบินส่วนตัว Woou G650 นำเครื่องลงจอดที่สนามบินจินหลิง
อิโตะ นานาโกะตื่นเต้นมาก เมื่อคิดว่ามาถึงเมืองที่เย่เฉินอยู่ เธอก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
หลังทั้งหมดผ่านด่านการตรวจคนเข้าเมือง ก็มาถึงทางออกอาคารจอดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ขบวนรถที่ประกอบด้วยรถหรูหลายคัน มารออยู่ที่นี่นานแล้ว
เมื่อซ่งหวั่นถิงเห็นอิโตะ นานาโกะ เข็นนางาฮิโกะ อิโตะออกมา เธอยิ้มและรีบโบกมือให้ “นานาโกะ!”
อิโตะ นานาโกะเห็นเธอ ก็ดีใจเช่นกัน เธอรีบตอบว่า “พี่หวั่นถิง พี่มารับฉันด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย!”
ถึงภายนอกคนญี่ปุ่นจะมีมารยาทและขี้เกรงใจ แต่ธาตุแท้ของพวกเขาเย็นชา ความเย็นชานี้ไม่ได้เรียกว่าไม่แยแส แต่เพราะพวกเขาไม่ชอบสร้างความวุ่นวายให้คนอื่น ถ้าจัดการเองได้ ก็จะจัดการเอง ถ้าไม่ลำบากจริงๆ ก็ไม่ไปรบกวนคนอื่น นี่เป็นบรรทัดฐานในสังคมชีวิตของคนญี่ปุ่นโดยทั่วไป
ดังนั้น นางาฮิโกะ อิโตะจึงชอบพักโรงแรม เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีข้อผูกมัด และไม่ต้องลำบากคนอื่น
ซ่งหวั่นถิงอยากพูดเกลี้ยกล่อมต่อ แต่อิโตะ นานาโกะที่ยืนข้างๆ พูดว่า “พี่หวั่นถิง พี่ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมพ่อแล้ว พ่อเป็นคนดื้อ พี่เกลี้ยกล่อมเขาไม่ได้หรอก”
ซ่งหวั่นถิงเห็นเช่นนั้น จึงไม่เซ้าซี้ต่อ
ขณะนั้นเอมิ อิโตะเดินเข้ามา และจับรถเข็นแทนอิโตะ นานาโกะ จากนั้นจึงพูดว่า “นานาโกะ เดี๋ยวฉันดูแลพ่อเธอเอง ไปคุยกับคุณซ่งเถอะ”
อิโตะ นานาโกะพยักหน้า เธอยิ้มและพูดว่า “งั้นฝากด้วยนะคะท่านอา!”
พูดจบ เธอรีบควงแขนซ่งหวั่นถิง และวิ่งออกไปใกล้ประมาณ 20-30 เมตร จากนั้นจึงถามอย่างตื่นเต้น “พี่หวั่นถิง ช่วงนี้เจอเย่เฉินซังบ้างไหม ช่วงนี้เขาเป็นไงบ้าง สบายดีไหม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...