“เย่เฉินเหรอ” เมื่อซ่งหวั่นถิงได้ยินคำถามของอิโตะ นานาโกะ และแววตาอันคาดหวังของหญิงสาว เธออดทอดถอนใจไม่ได้ “ดูเหมือนความรู้สึกที่เด็กผู้หญิงคนนี้มีต่อเย่เฉิน จะถลำลึกลงไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่เธอใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าต่อไปเธอจะทำไรอย่างไร”
จากนั้น เธอก็คิดถึงตัวเองขึ้นมา เธออดด่าตัวเองไม่ได้ “มัวแต่หดหู่เรื่องของเธอ ตัวฉันเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถึงฉันกับเย่เฉินใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่เขามีภรรยาแล้ว ปกติจะเจอเขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”
เมื่อคิดเช่นนี้ เธอถอนหายใจออกมา และพูดกับอิโตะ นานาโกะว่า “ช่วงนี้ฉันไม่ได้เจอเย่เฉินเลย ครั้งก่อนที่เจอ ก็คืองานเลี้ยงทานอาหารเย็นที่บ้านฉินเอ้าเสวี่ยน”
อิโตะ นานาโกะพยักหน้าอย่างผิดหวัง เธอถอนหายใจ แล้วพูดว่า “โอเค ไม่รู้ฉันมาครั้งนี้ จะมีโอกาสเจอเย่เฉินซังบ่อยๆ หรือเปล่า...”
ซ่งหวั่นถิงถามอย่างแปลกใจ “เธอมาครั้งนี้ ไม่ได้บอกเขาเหรอ”
อิโตะ นานาโกะส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่ได้บอกเขา”
ซ่งหวั่นถิงพูดว่า “ทำไมไม่บอกเขาล่วงหน้าล่ะ ให้ฉันโทรหาเขาตอนนี้ไหม ชวนเขามาทานข้าวด้วยกันคืนนี้”
อิโตะ นานาโกะพูดอย่างเขินอาย “ฉัน...อันที่จริงฉันอยากเซอร์ไพรส์เย่เฉินซัง...”
พูดจบ เธอหันมองซ่งหวั่นถิง และถามด้วยใบหน้าคาดหวัง “พี่หวั่นถิง รบกวนพี่เรื่องหนึ่งได้ไหม”
ซ่งหวั่นถิงยิ้มบางๆ แล้วถามว่า “เธอจะบอกให้ฉันโทรหาเย่เฉิน ชวนเขามาทานข้าวที่บ้าน ในขณะเดียวกันก็ห้ามบอกเขา เรื่องที่เธอมาเมืองจินหลิงใช่ไหม”
“ถูกต้อง!” อิโตะ นานาโกะ ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้ “พี่หวั่นถิงช่วยฉันได้ไหม”
อันที่จริง เธอไม่ต่างอะไรกับอิโตะ นานาโกะ ที่เทใจให้เย่เฉินมาเนิ่นนาน
ปุ๋ยหมักที่เซียวชูหรันทำเอาไว้เมื่อปีก่อน เริ่มย่อยสลายพอสมควรแล้ว ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำจากใบไม้ ผัก และพวกเศษอาหารในครัว ปลอดภัยและปลอดมลภาวะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกดอกไม้และผักที่บ้าน
เดิมทีเรือนกระจกในบ้าน เป็นหน้าที่ของเย่เฉินกับเซียวชูหรัน แต่ตอนนี้เซียวชูหรัน รับงานรีโนเวทตี้เหากรุ๊ป เธอยุ่งจนไม่มีเวลาปลีกตัว ดังนั้นเย่เฉินจึงรับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้เอง
ตอนกำลังใส่ปุ๋ย มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นไม่หยุด เย่เฉินควักมือถือออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นซ่งหวั่นถิง จึงกดรับสาย “หวั่นถิง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“อาจารย์เย่...” ซ่งหวั่นถิงมองอิโตะ นานาโกะแวบหนึ่ง จากนั้นจึงรีบพูดว่า “ฉันอยากถามว่าคืนนี้ คุณพอมีเวลาว่าง มาทานข้าวที่บ้านฉันไหมคะ”
เย่เฉินรู้ข่าวจากเฉินจื๋อข่ายแล้ว คืนนี้นางาฮิโกะ อิโตะ จะเข้าพักที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกง เขาจึงเดาได้ว่าอิโตะ นานาโกะต้องไปที่บ้านซ่งหวั่นถิง เธอโทรมาชวนเขาไปทานข้าว มีความเป็นไปได้ว่า เธอน่าจะอยู่กับอิโตะ นานาโกะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...