เฮ่อหยว่นเจียงพูดด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด: “เย่เฉิน ขอบคุณนายมากจริงๆ นายวางใจได้ ถึงเวลานั้นลุงจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนนาย!”
เย่เฉินโค้งคำนับเล็กน้อย และพูดว่า: “คุณอาเฮ่อคุณอย่าได้เกรงใจผมมากนักเลยครับ”
จากนั้น เย่เฉินมองดูเวลา และพูดว่า: “คุณอาเฮ่อเดี๋ยวคุณคงจะยังมีสอนอยู่ใช่มั้ย? งั้นผมก็ไม่รบกวนคุณดีกว่า พวกเราไว้ค่อยคุยกันวันหลัง”
เฮ่อหยว่นเจียงมองดูนาฬิกา และพูดอย่างรวดเร็วว่า: “โธ่เอ๊ย ไม่พูดฉันก็เกือบจะลืมไปเลย เดี๋ยวยังมีสอนอีกหนึ่งคาบ เอาแบบนี้มั้ยเย่เฉิน ถ้านายไม่มีธุระอะไร ก็อยู่ในห้องทำงานของฉัน อย่าเพิ่งรีบกลับ รอฉันสอนคาบนี้เสร็จ ตอนเที่ยงพวกเราสองคนทานอาหารด้วยกันสักมื้อ”
เย่เฉินพูดว่า: “คุณอาเฮ่องานของคุณคงจะยุ่งมาก เรื่องทานอาหารไว้วันหลังดีกว่าครับ”
เฮ่อหยว่นเจียงโบกมือ: “ยุ่งก็ส่วนยุ่ง แต่ก็มีเวลาพักผ่อนเสมอ อีกอย่างพวกเราสองคนไม่ได้เจอกันหลายปีขนาดนี้ พูดตามตรง ในใจของฉันก็รู้สึกดีใจมาก ยังอยากจะพูดคุยกับนายมากมาย”
จากนั้น เฮ่อหยว่นเจียงพูดอย่างจริงจังว่า: “แต่ว่านี่ก็ต้องดูเวลาของนายด้วย ถ้าตอนเที่ยงนายมีธุระ พวกเราก็ไว้วันหลัง ถึงยังไงก็อยู่ที่เมืองจินหลิง ก็หาโอกาสได้ง่าย”
อันที่จริงตอนเที่ยงเย่เฉินไม่ได้มีธุระอะไร เหตุผลคือกลัวว่าอยู่ที่นี่จะทำให้เฮ่อหยว่นเจียงเสียการเสียงาน อันที่จริงเขายังอยากจะพูดคุยกับเฮ่อหยว่นเจียงมากกว่านี้ เพราะว่ายี่สิบปีมานี้ เขาไม่ไม่ค่อยรู้เรื่องของแม่มากนัก ไม่ง่ายเลยที่จะพบเจอกับเพื่อนร่วมชั้นปีนั้นของแม่ เขาอยากใช้โอกาสนี้ ทำความเข้าใจเพิ่มเติมกับเรื่องราวปีนั้นของแม่จากเฮ่อหยว่นเจียง
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยปากพูดว่า: “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นคุณอาเฮ่อคุณก็ไปทำธุระก่อนเถอะ ผมรอคุณอยู่ที่นี่”
เย่เฉินรับสาย ก็ได้ยินฉินเอ้าเสวี่ยนพูดอย่างตึงเครียดที่ปลายสายว่า: “อาจารย์เย่ มีคนสอบถามเรื่องราวของอู๋ฉีในโรงเรียนของพวกเรา ยังสอบถามเรื่องตอนนั้นของหลิ่วเยว่ด้วย เป็นไปได้มั้ยว่ามีคนต้องการมุ่งเป้ามาที่คุณ?!”
เย่เฉินตกใจเล็กน้อย เขาจำได้ว่าหลิ่วเยว่ก็คือเด็กผู้หญิงที่ตอนนั้นเกือบจะโดนอู๋ฉีสะกดจิต เป็นเหตุให้ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงไปในทะเลสาบ
และหลิ่วเยว่คนนี้ก็เป็นแฟนของอู๋ฉีก่อนที่จะเกิดเรื่องในตอนนั้น
ตอนนี้มีคนสอบถามเรื่องของอู๋ฉีสอบถามถึงตัวของเธอ หรือว่าจะตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดที่อู๋ฉีเกิดเรื่องเหรอ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...