คามมิตพูดโดยไม่ลังเล “ได้ งั้นเอาตามที่น้องชายว่าเลย!”
พูดจบเขาก็รีบถามขึ้นอีกครั้ง “น้องชาย นายมีคำแนะนำหรืออะไรที่อยากบอกอีกมั้ย”
เย่เฉินกล่าว “นอกจากพวกนี้แล้ว พี่ต้องกว้านซื้ออาหารและยาด้วย พร้อมจัดกับในพื้นที่แห้งและปลอดภัย สั่งสมครั้งแรกต้องให้เสบียงพอใช้ไปอีกสามปี”
คามมิตอุทานออกมาอย่างตกใจ “สามปี?! นานขนาดนั้นเลยหรอ?! ผู้ใหญ่คนหนึ่งต้องกินเสบียงอย่างน้อยสองร้อยกิโลกรัมต่อปี ถ้าสองพันคนก็สี่ร้อยตัน สามปีก็หนึ่งพันสองร้อยตันเลยนะ”
เย่เฉินถามกลับ “ถ้าอย่างนั้นผมขอถามพี่ เสบียงหนึ่งพันสองร้อยตันต้องใช้เงินเท่าไหร่ครับ?”
คามมิตคิดไปคิดมาและเอ่ยขึ้น “ด้วยราคาตลาดตอนนี้ ข้าวสาลีหนึ่งตันประมาณสามร้อยดอลลาร์ หนึ่งพันสองร้อยตันรวมค่าส่งด้วยเป็นสี่แสนดอลลาร์ ไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะมาก แต่ประเด็นคือจะเก็บเสบียงมากขนาดนี้ได้ยังไง อีกอย่างเสบียงหากเก็บไว้นานก็จะไม่อร่อย”
เย่เฉินพูดอย่างอ่อนใจ “ตอนนี้พี่ต้องวางกลยุทธ์นะครับ ใช่ว่าต้องกินอาหารสดใหม่ทุกวัน”
“พี่ลองคิดดู พี่สะสมเสบียงปริมาณสามปีอยู่ในมือ แล้วค่อยซื้อมาเติมเพิ่มตามปริมาณการบริโภคจริงของแต่ละปี”
“แบบนี้ในมือพี่ก็จะมีเสบียงสามปีเหลือๆตลอด”
เย่เฉินพูดอย่างอ่อนใจ “สุดยอดอะไรล่ะครับ ที่หวาเซี่ยคนที่เคยเรียนชั้นประถมมารู้กันหมด พี่เคยมาเรียนต่อที่หวาเซี่ยด้วย ทำไมไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของหวาเซี่ยให้ดีล่ะครับ”
คามมิตพูดอย่างอึกอักปนรู้สึกอาย “โอ๊ย ตอนนั้นฉันแค่อยากไปหาเงินที่หวาเซี่ย จะได้ฝึกภาษาจีนให้คล่องด้วย เรื่องอื่นไม่ได้สนใจเลยจริงๆ…”
พูดจบเขาก็เอ่ยขึ้นอีก “น้องชาย ฉันเข้าใจความหมายของนายแล้ว สำคัญสุดคือใช้หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์นั้นทำทุกทางเพื่อเสริมสร้างการป้องกัน ไม่ใช่แค่แนวกั้นที่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องเตรียมทรัพยากรการป้องกันให้พร้อมด้วย นายวางใจเถอะ ฉันจะสั่งคนไปซื้อเสบียง ระเบิด และยาเดี๋ยวนี้แหละ แล้วก็ต้องซื้อพวกอุปกรณ์การก่อสร้างรวมถึงวัสดุการก่อสร้างด้วย”
เย่เฉินรับคำ “แบบนี้พอจะแก้ปัญหาการป้องกันและทรัพยากรได้แล้วครับ ทว่ามีอีกปัญหาหนึ่งที่พี่ต้องเร่งมือแก้ไข”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...