ตัวเย่เฉินเองรู้ดีว่าการลงทุนที่ผลตอบรับสูงความจริงแล้วไม่ต่างอะไรกับการพนัน
ความเสี่ยงสูง แต่ถ้าพนันชนะ ผลประโยชน์สูงยิ่งกว่า
ตอนนี้ตัวเองลงทุนในตัวคามมิตแบบพอประมาณ แทบจะเหมือนกับแม่ของเขาที่ลงทุนให้บรรดาธุรกิจออนไลน์ในซิลิคอนแวลลีย
ลงทุนกับพวกเขาในเวลานี้เสียเพียงนิดเดียว แต่เมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จได้จะได้ผลตอบรับอันยิ่งใหญ่
แม้ว่ากองกำลังติดอาวุธของคามมิตไม่ใช่บริษัท แต่เขายังเป็นโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม หากประสบความสำเร็จ ต้องได้ผลประโยชน์มากมายไม่รู้จบ ดังนั้นตัวเองทุ่มเทพลังให้มากหน่อย ให้คำแนะนำเขาและให้การสนับสนุนเขาก็เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
อีกอย่าง การลงทุนครั้งนี้ไม่มีอะไรมากไปยาช่วยหัวใจหนึ่งเม็ดรวมถึงประสบการณ์เชิงกลยุทธ์์เล็กน้อย ส่วนเงินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์นั้นเป็นเงินสนับสนุนจากตระกูลซูทั้งหมด
หากคามมิตรุ่งโรจน์ขึ้นมา ในอนาคตตัวเองจะมีรอบตอบแทนไปอีกอย่างน้อยหลายสิบปี
ดังนั้น เย่เฉินไม่ได้อธิบายอะไรกับทั้งสองคน เพียงแต่พูดกับซูรั่วหลี "รั่วหลี สถานะของเธอในตอนนี้อ่อนไหวเกินไป ตอนนี้ยังไม่สามารถปล่อยให้เธอออกไปไหนมาไหนอย่างอิสระ ช่วงนี้ต้องขอให้เธอยอมอยู่ที่นี่ต่อไปก่อน"
ซูรั่วหลีพูดโดยไม่ลังเล "รั่วหลีเชื่อฟังทุกอย่างที่ผู้มีพระคุณบอกค่ะ!"
ในระหว่างที่คุยกัน สายตาของรั่วหลีก็ยังฉายแววเศร้าเล็กน้อย
เย่เฉินเห็นความโศกเศร้าในสายตาของเธอ นึกได้ว่าเธออยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เธอคงคิดถึงแม่มาก
อีกอย่างตอนนั้นแม่ของเธอคลอดเธอและเลี้ยงดูเธอมาเพียงลำพัง บัดนี้ตัวเธออยู่ในสถานะไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย แม่ของเธอต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ
ซูรั่วหลีเข้าใจความระมัดระวังของเย่เฉินดี จึงรีบพูดขึ้น "แล้วผู้มีพระคุณคิดเห็นยังไงบ้างคะ"
เย่เฉินกล่าว "ฉันจะให้เหล่าเฉินเชิญแม่เธอมาในนามของตระกูลเย่ แต่จะไม่บอกเรื่องเธอ รอจนแม่เธอมาแล้วค่อยให้เธอไปพบโดยตรง เธอคิดว่ายังไง?"
ซูรั่วหลีพูดด้วยตาแดงก่ำ "ผู้มีพระคุณ ขอเพียงได้พบหน้าแม่รั่วหลีก็พอใจแล้วค่ะ! ถ้าไม่สะดวกจริงๆแค่โทรศัพท์หากันก็ได้ค่ะ...."
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ให้แม่เธอมาจินหลิงโดยที่ยังไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จะควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายกว่า ถึงตอนนั้นถ้าท่านมีเวลาเหลือก็ยังอยู่เป็นเพื่อนเธอที่นี่ได้อีกสักพัก เราสามารถประกาศออกไปได้ว่าท่านมาหารือร่วมงานกับฉัน ยังไงซะตอนที่ฉันได้ยินว่าเกิดเรื่องกับเธอ ตระกูลเหอก็บาดหมางกับตระกูลซูโดยไม่ไว้หน้ากันแล้ว มาคุยหารือร่วมงานกับฉันในเวลานี้ไม่เป็นที่สงสัยของผู้อื่น”
ซูรั่วหลีพยักหน้า พูดอย่างตื้นตัน “ขอบคุณผู้มีพระคุณนะคะ ทุกอย่างต้องรบกวนผู้มีพระคุณจัดการให้ด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...