เย่เฉินมองเฉินจื๋อข่ายและสั่ง “เหล่าเฉิน เดี๋ยวคุณจดช่องทางติดต่อของแม่รั่วหลีไว้นะครับ ติดต่อกับท่านในนามของตระกูลเย่ไปก่อน ดูว่าท่านยอมมามั้ย ถ้าท่านไม่สนใจร่วมงานกับฉันค่อยบอกไปว่าคุณชายตระกูลเย่อยากหารือเรื่องร่วมต่อสู้กับตระกูลซูกับท่าน”
เฉินจื๋อข่ายรีบบอก “ได้ครับคุณชาย เดี๋ยวผมจะไปจัดการเรื่องนี้”
เย่เฉินหันไปหาซูรั่วหลี “รั่วหลี เธอเอาช่องทางการติดต่อให้เหล่าเฉินแล้วก็กลับห้องไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ!”
....
เมืองโม่เฉิงทิศตะวันออกเฉียงเหนือในขณะนี้
เมืองเล็กๆที่ไม่ใหญ่นี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่หนาวที่สุดของหวาเซี่ย
ถึงแม้ตอนนี้เข้าปลายเดือนหนึ่งแล้ว แต่อุณหภูมิที่ต่ำที่สุดของเมืองโม่ก็ยังอยู่ที่ติดลบสิบเจ็ดถึงสิบแปดองศา แทบจะเท่ากับช่องฟรีซของตู้เย็น
ช่วงเวลาที่หนาวที่สุดของฤดูหนาว อุณหภูมิที่นี่ต่ำถึงประมาณติดลบห้าสิบองศา
ตระกูลเหอซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลกังฟูที่สำคัญในหวาเซี่ย ตั้งรกรากอยู่ในเมืองระดับเขตที่มีประชากรไม่เกินหนึ่งแสนคน
บรรพบุรุษของตระกูลเหอไม่ใช่ชาวเมืองโม่โดยกำเนิด
พวกเขามาจากคาบสมุทรซานตง ยุคราชวงศ์หมิงและชิงพวกเขาเป็นตระกูลกังฟูที่มีชื่อเสียงมากในคาบสมุทรซานตง บรรพบุรุษหาเลี้ยงชีพด้วยการเปิดสำนักคุ้มภัยและโรงต่อสู้
แต่คนตระกูลเหอในสมัยนั้นเน้นการฝึกฝนภายนอกมากกว่า จึงยังห่างชั้นกับตระกูลบูโดอยู่ไกล
จนกระทั่งยุคปลายราชวงศ์ชิง คาบสมุทรซานตงเกิดการจลาจลด้วยสงคราม คนตระกูลเหอข้ามด่านซานไห่ไปดิ้นรนใช้ชีวิตในภาคตะวันออกทั้งครอบครัว ด้วยความบังเอิญจึงได้รับคัมภีร์มวยกำลังภายในที่ขาดหายไปบางส่วนมา
แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีข่าวว่าซูรั่วหลีหายไป ตระกูลซูหักหลังซูรั่วหลี
ตั้งแต่นั้นมาเหออิงซิ่วก็อยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่เพื่อตามหาข่าวคราวของซูรั่วหลี
แม้จะรู้ว่าเป็นการงมเข็มในมหาสมุทร แต่เธอยังคงพยายามตามหาในโตเกียวรวมถึงพื้นที่โดยรอบอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่จ้างวานเรือกู้ภัยให้ตามหาในพื้นที่มหาสมุทรของญี่ปุ่น รวมถึงพื้นที่มหาสมุทรในประเทศด้วย แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสที่เกี่ยวข้องใดๆ
เมื่อวานซืนเธอเพิ่งกลับมาจากชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งนี้เธอวิ่งวุ่นตามทุกเมืองที่มีท่าเรือสำคัญ ก็ยังไม่ได้ยินว่ามีคนแอบลักลอบขึ้นฝั่ง
เธอรู้ดีว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่ซูรั่วหลียังมีชีวิตอยู่ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ดังนั้น เธอจึงหารือกับพ่อของเธอเหอหงเซิ่ง ว่าจะระดมทุนเพิ่มและไปค้นหาตามพื้นที่ชายฝั่งทะเลของคาบสมุทรซานตงดู ว่าจะพบซูรั่วหลีมั้ย…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...