สำหรับเรื่องนี้ ผู้นำตระกูลเหอ พ่อของเหออิงซิ่ว เหอหงเซิ่งมีสีหน้าลำบากใจ เขาเอ่ยขึ้น “อิงซิ่ว ช่วงที่ลูกไปชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้พี่ชายของลูกเคยมาคุยกับพ่อ
เหออิงซิ่วถามขึ้นทันควัน “พ่อ พี่ใหญ่พูดอะไรกับพ่อบ้างคะ”
เหอหงเซิ่งถอนหายใจ ก่อนจะบอก “เพื่อตามหารั่วหลี ช่วงนี้ตระกูลเหอของเราส่งกำลังคนออกไปกว่าครึ่ง ค่าใช้จ่ายต่างๆหมดไปเป็นร้อยสองร้อยล้าน จนบัดนี้ยังไม่มีข่าวคราว ทำให้เด็กพวกนั้นเสียเวลาฝึกฝนไม่พอ ตอนนี้ตระกูลเหอของเราบาดหมางกับตระกูลซู เสียที่มาของรายได้ไปแล้ว ขืนตามหาต่อไป รอยรั่วทางการเงินจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
พูดมาถึงนี่ เหอหงเซิ่งพูดอย่างอ่อนใจ “ลำพังแค่สมุนไพรที่เตรียมไว้สำหรับเวลาเด็กๆฝึกฝน หนึ่งเดือนก็ต้องหมดไปสามล้านถึงห้าล้าน บวกกับคนมากมายขนาดนี้ต้องกินต้องใช้ ต้นทุนมีแต่จะเพิ่มไม่มีลด ถึงพ่อก็อยากจะหารั่วหลีให้เจอมาก แต่ถ้าตามหาต่อไปพ่อในฐานะผู้นำตระกูลคงจะไม่มีหน้าไปพบคนอื่น”
เหออิงซิ่วก้มหน้าลงเล็กน้อย
ในใจของเธอรู้ดีว่าไม่มีทางที่ตระกูลเหอจะทุ่มทุนเพื่อตามหาหลานสาวอย่างซูรั่วหลีไปตลอด
ถึงยังไงตระกูลเหอเองก็ไม่ใช่ตระกูลที่มั่งคั่งขนาดนั้น และรายจ่ายรายวันเยอะมาก ช่วงก่อนที่ทุ่มเงินก้อนมหึมาในการตามหาซูรั่วหลีก็ทำเอาเธอรู้สึกผิดมากแล้ว แม้เธอจะเป็นห่วงลูกสาว อยากจะรีบตามหาลูกสาวให้เจอ แต่ก็ไม่อาจลากตระกูลเหอเข้ามาในบ่อโคลนนี้ได้
เธอจึงพูดกับเหอหงเซิ่ง “พ่อคะ ที่พ่อพูดมาหนูเข้าใจหมด เอาอย่างนี้ หนูจะลองไปหาด้วยตัวเองดูนะคะ”
เหอหงเซิ่งถอนหายใจ “ลูกไปหาเองอย่างมากก็ทำเพื่อความสบายใจเท่านั้น ลูกก็รู้ว่าการตามหาใครสักคนก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ก่อนหน้านี้พวกเราจ้างคนตั้งมากมาย เรือตั้งหลายลำ ต้นทุนแต่ละวันเป็นล้านถึงสิบล้าน แต่ก็ยังไม่เจอเบาะแสใดๆ ลูกไปคนเดียวจะไปมีประโยชน์อะไร”
เหออิงซิ่วเงียบไป
เหออิงซิ่วส่ายหัว “พ่อคะ หนูบอกพ่อตรงๆเลยว่าตอนนี้ในหัวหนูมีแต่รั่วหลี โฟกัสเรื่องอื่นไม่ได้เลยค่ะ ช่วงนี้ที่วิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกหนูไม่มีแรงแม้แต่จะคิดว่าอาหารมื้อต่อไปจะกินอะไรดี ทุกครั้งที่รู้สึกว่าหิวจนหมดแรงจริงๆหนูจะหาร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดที่หนูมองเห็น และเติมท้องให้อิ่มโดยเร็วที่สุดค่ะ….”
พูดจบเธอก็โค้งตัวอย่างรู้สึกผิด “พ่อคะ ช่วงนี้แบ่งเบาภาระให้พ่อไม่ได้เลย พ่อให้อภัยหนูด้วยนะคะ…”
เหอหงเซิ่งพยักหน้าพร้อมปลอบ “ลูกไม่ต้องโทษตัวเองนักหรอก เรื่องแบบนี้พ่อเข้าใจดี”
พูดมาถึงตรงนี้เขาอดถอนหายใจไม่ได้ “ในบ้านนี้มีเพียงลูกที่มองปัญหาได้ลึก พี่ชายและน้องชายของลูกฝึกฝนวรยุทธจนกล้ามเนื้อแข็งแรงทว่าหัวสมองธรรมดา บวกกับไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ เวลามองปัญหามักจะมองแค่ผิวเผิน…”
เหออิงซิ่วเอ่ยถาม “พ่อคะ ตอนนี้พ่อมีแผนคร่าวๆแล้วใช่มั้ยคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...