สำหรับผู้หญิง ถุงน่องเป็นชุดอาภรณ์ติดตัวที่ขาดไม่ได้ นอกจากจะเสริมสร้างบุคลิกภาพแล้วยังให้ความอบอุ่นได้ด้วย
หลายปีก่อน น้อยนักที่จะได้เห็นผู้หญิงใส่กระโปรงในฤดูหนาว เพราะก่อนจะใส่กระโปรงต้องมั่นใจว่าช่วงขานั้นอุ่นก่อน แต่ถ้าท่อนบนใส่กระโปรง ท่อนล่างใส่กางเกงต้องพิศวงมากแน่ๆ ถ้าท่อนบนใส่กระโปรงแล้วท่อนล่างใส่กางเกงลองจอห์นยิ่งพิสดารไปใหญ่ จนกระทั่งกางเกงซับในและถุงน่องซับในเป็นที่แพร่หลายถึงแก้ปัญหานี้ได้
แต่ถึงแม้ถุงน่องเป็นที่แพร่หลายแล้ว แต่เฮ่อจือชิวไม่เคยได้รับถุงน่องจากผู้ชายมาก่อน
ความรู้สึกแบบนี้ออกจะแปลกอยู่หน่อยๆ
แต่เธอก็รู้ดีในใจว่าเย่เฉินแค่ทำไปเพราะใส่ใจเท่านั้น ไม่อย่างนั้นตัวเองคงต้องใส่กระโปรงชุดนี้ทั้งที่เปลือยขาจริงๆ
เธอหยิบกระโปรงขึ้นมานาบตัวเองและเดินไปดูหน้ากระจก เธอมองตัวเองในกระจกแล้วอดอุทานออกมาไม่ได้ “ไซส์ที่คุณเย่ซื้อมาดูแล้วน่าจะพอดีตัวเป๊ะ แบบก็สวยมาก รสนิยมไม่เลวเลยจริงๆ……”
จากนั้นเธอวางกระโปรงลง และเห็นว่าถุงชาแนลใหญ่อีกถุงมีกล่องรองเท้าอยู่ จึงรีบเปิดกล่องรองเท้าออก พบว่าเป็นรองเท้าหนังแฟชั่นสีขาวที่ประณีตมาก เธอหยิบออกมาอย่างทนรอไม่ไหว ลองสวมดูและค้นพบด้วยความประหลาดใจว่า “ไซส์รองเท้าคู่นี้ไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไปพอดีเป๊ะ ใส่แล้วรับกับเท้ามาก ไม่รู้ว่าคุณเย่มีการวิเคราะห์ที่แม่นยำขนาดนี้ได้ยังไง หรือว่าเป็นผลลัพธ์จากการมองด้วยตาหรอ? ถ้าใช่ตาของเขาจะแม่นเกินไปแล้ว”
คิดมาถึงตรงนี้ ในใจของเธอก็มีความรู้สึกตื้นตันในตัวเย่เฉินมากขึ้นกว่าปกติ
พอนึกได้ว่าเย่เฉินยังรอตัวเองอยู่และพ่อก็ร้อนใจกับสถานการณ์ของตัวเองมาก เฮ่อจือชิวไม่กล้าคิดอะไรมากไปกว่านี้ เธอรีบแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก
แต่ขณะที่เธอถอดชุดคลุมอาบน้ำออกถึงตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีชุดชั้นในสะอาดให้เปลี่ยน
เมื่อเช้าตอนมาถึงโรงแรมเธอล้าเกินไป แทบจะนอนหลับบนพรมนุ่มในห้องรับแขกด้วยซ้ำ
สุดท้ายเนื่องด้วยเนื้อตัวสกปรกเกินไปถึงฝืนอาบน้ำ หลังจากอาบเสร็จเธอเหนื่อยจนลืมตาไม่ขึ้น จึงหลับไปโดยไม่ได้คิดว่าต้องซักชุดชั้นในก่อน
เย่เฉินซื้อถุงน่องซับในให้เธอก็ทำเธออายมากพอแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าเย่เฉินซื้อแม้กระทั่งชุดชั้นในมาให้ตัวเอง!
“แม้แต่ชุดที่แนบกายขนาดนี้ยังต้องให้คุณเย่ซื้อให้ฉัน นี่มัน….นี่มันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว…..”
ชั่วขณะนั้น ในใจของเฮ่อจือชิวความรู้สึกซับซ้อนมาก
ด้านหนึ่งโล่งอกเพราะมีทางออกแล้ว แต่อีกด้านก็รู้สึกอายเพราะความกรณีพิเศษของเรื่องนี้จนอยากจะคุมปี๊บ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ความเป็นจริงเป็นฝ่ายชนะในใจที่สับสนวุ่นวายของเธอ เธอพึมพำกับตัวเอง “ไม่ว่ายังไงอย่างน้อยเรื่องชุดชั้นในก็มีทางออกแล้ว หลังจากนี้ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ ไม่พูดเรื่องนี้ต่อหน้าคุณเย่”
คิดได้ดังนี้ เธอก็รวบรวมความกล้าเปิดถุงกระดาษสีชมพูนั้น…..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...