เย่เฉินไม่รู้ว่าชุดชั้นในที่ตัวเองซื้อนั้นมีปัญหาอะไร เพราะเขามองจากแค่ด้านตรงปราดเดียว คิดไปว่ารีบซื้อรีบจบจึงชี้ตัวนั้นโดยไม่คิดอะไร
แต่ ถ้าเขาเดินอ้อมไปข้างหลังก็จะพบว่าชุดชั้นในส่วนล่างร้อยด้วยเชือกเส้นเล็กสองเส้นเท่านั้น
หลังจากซื้อเสื้อเสร็จ เย่เฉินกลับมาที่แผนกห้องรับรองของโรงแรม กำลังจะเที่ยงตรงแล้วเฮ่อจือชิวยังอยู่ในห้องไม่มีสุ้มเสียงอะไร จึงมากดกริ่งที่หน้าประตูห้องเธอโดยตรง
กริ่งดังอยู่หลายนาที เฮ่อจือชิวถึงค่อยๆตื่น
หลังจากตื่นแล้วเธอบิดขี้เกียจสวยๆไปหนึ่งที สบายไปทั้งตัวชนิดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
หลังจากนั้น เธอจึงคลุมตัวด้วยชุดอาบน้ำและมาถึงหน้าประตูด้วยตาปรือๆ มองผ่านตาแมวไปก็พบว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือเย่เฉินก็รีบเปิดประตู พูดด้วยท่าทีนอบน้อม “คุณเย่….”
เย่เฉินยิ้มน้อยๆและถามเธอ “พักผ่อนเป็นไงบ้าง?”
เฮ่อจือชิวรีบบอก “สบายมากค่ะ รู้สึกว่าที่หลับไปเมื่อกี้เป็นการนอนหลับที่สบายและผ่อนคลายที่สุดในชีวิตของฉันเลยค่ะ…..”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี!” เย่เฉินพยักหน้า และกล่าวยิ้มๆ “ใกล้จะเที่ยงแล้ว เธอจะเก็บข้าวเก็บของแต่งตัวหน่อยมั้ย เดี๋ยวเราไปพบพ่อเธอที่มหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์จินหลิงกัน”
เฮ่อจือชิวได้ยินแบบนั้นก็ตกลงอย่างรีบร้อน “ได้ค่ะๆ ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ค่ะ”
พูดจบเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน ชุดที่ใส่กลับมานั้นทั้งขาดทั้งสกปรก และเปื้อนเลือดของใครมาก็ไม่รู้ ถ้าใส่เสื้อผ้าชุดนั้นไปหาพ่อเกรงว่าพ่อจะปวดใจ แต่เธอก็ไม่กล้าขอให้เย่เฉินช่วยเตรียมให้ตัวเอง
ในขณะที่เธอลังเลไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เย่เฉินพลันนึกอะไรขึ้นได้ เขายกมือยื่นสองสามถุงในมือให้เธอพร้อมบอก “เมื่อกี้ฉันซื้อชุดใหม่ให้เธอหนึ่งชุด ไม่รู้ว่าใส่พอดีมั้ย ถ้าไม่พอดีตัวเธอใส่ไปก่อนนะ เราไปหาพ่อเธอก่อน เดี๋ยวฉันค่อยพาเธอไปซื้อที่พอดีตัว”
เธอเองก็เป็นคนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก สิ่งต่างๆที่ใช้อยู่ในระดับสูงทั้งนั้น ดังนั้นเธอจึงเห็นสินค้าแบรนด์เนมมานักต่อนักแล้ว สิ่งที่เธอคาดหวังจริงๆคือรสนิยมของเย่เฉิน
ถึงยังไงเธอก็คิดว่าเสื้อผ้าที่ผู้ชายซื้อให้ผู้หญิงต้องเป็นแบบที่ผู้ชายคิดไปเองว่าดูดี และเป็นแบบที่หวังว่าจะได้เห็นผู้หญิงสวมใส่
เพราะฉะนั้น สามารถบอกรสนิยมและความใส่ใจของเย่เฉินได้จากเสื้อผ้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
ดังนั้น เธอจึงเปิดถุงชาแนลพวกนั้นก่อน
หลังจากหยิบเสื้อผ้าแต่ละชุดในนั้นออกมาแล้วก็พบว่า ที่แท้เป็นชุดสั่งตัดชั้นสูงรวมถึงถุงน่องลูกไม้สีดำ
พอเห็นถุงน่อง เฮ่อจือชิวอดหน้าแดงไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...