เฉินจื๋อข่ายรู้ดีว่าคนที่เย่เฉินให้ตนเองไปเชิญมาก็คือซูรั่วหลีซึ่งรออยู่ในโรงแรมป๋ายจินฮ่านกงนานแล้ว
ดังนั้น เขาจึงกล่าวด้วยความนอบน้อมทันทีว่า “คุณชาย กรุณารอสักครู่ ผมจะไปเชิญเดี๋ยวนี้ครับ!”
เมื่อเห็นว่าเฉินจื๋อข่ายเดินออกไปแล้ว เหออิงซิ่วยิ่งรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าตนเองและคุณชายตระกูลเย่คนนี้จะมีเพื่อนเก่าคนเดียวกัน
เพราะอย่างไรเสียวันนี้ตนเองเพิ่งเห็นเขาเป็นครั้งแรก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาชื่ออะไร และยิ่งไม่รู้ด้วยว่าเขาเป็นคุณชายสายไหนของตระกูลเย่
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเธอรู้ดีว่า ขอแค่ตนเองอดทนรอไม่กี่นาที คำตอบก็จะถูกเปิดเผยเอง
ขณะนี้ ซูรั่วหลีกำลังรออยู่ในห้องอย่างใจจดใจจ่อ
ตั้งแต่เย่เฉินตัดสินใจที่จะให้เธอพบกับแม่ของตนเอง เธอก็ตั้งหน้าตั้งตารอการมาถึงของแม่มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม เย่เฉินไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับเธอถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้ตลอด ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าเมื่อไรแม่จะมาถึงเมืองจินหลิง
ขณะที่เธอกำลังคิดเรื่องนี้ เฉินจื๋อข่ายก็กดกริ่ง
ซูรั่วหลีรีบไปที่ประตู จากนั้นก็เปิดประตู เมื่อเห็นเฉินจื๋อข่าย เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ผู้จัดการทั่วไปเฉิน แม่ของฉันมาหรือยัง?”
เฉินจื๋อข่ายพยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า “คุณผู้หญิงเหอมาถึงแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในห้องทำงานของผม และกำลังสนทนากับคุณชายอยู่ คุณชายขอให้ผมมาเชิญคุณไป”
ซูรั่วหลีกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “งั้นรีบพาฉันไปที่นั่นเร็ว!”
ขณะนี้ เธอรู้สึกตื่นเต้นจนถึงสุดขีด เธอกล่าวโพล่งออกมาว่า “รั่วหลี! เป็นลูกจริง ๆ เหรอ?!”
หลังจากกล่าวจบ เธอรีบเดินไปอยู่ตรงหน้าซูรั่วหลี ยกแขนซ้ายที่เหลือของตนเอง เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเธอ และกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “เป็นรั่วหลี จริง ๆ ลูกสาวสุดที่รักของแม่......แม่ไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม?.......”
ซูรั่วหลีจับมือแม่ของเธอเอาไว้ ร้องไห้แล้วกล่าวว่า “แม่ แม่ไม่ได้ฝัน.....เป็นฉันจริง ๆ.........ฉันยังไม่ตาย...... ”
ขณะนี้ เหออิงซิ่วไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ เธอกอดซูรั่วหลีเอาไว้ ร้องไห้และกล่าวว่า “รั่วหลี แม่ตามหาลูกด้วยความลำบากยากเย็น..... แม่คิดว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่ได้พบลูกอีกแล้ว......”
ซูรั่วหลีกอดแม่ของเธอไว้แน่น และกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า “แม่ ตอนนั้นฉันคิดว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้พบแม่อีกแล้ว และฉันจะไม่มีโอกาสได้แสดงความกตัญญูอีกแล้ว...... ”
หลังจากกล่าวจบ เธอมองเย่เฉินที่อยู่ไม่ไกล และกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “ขอบคุณที่คุณชายเย่ช่วยเหลือในช่วงที่อยู่โตเกียว มิฉะนั้น เกรงว่าฉันคงจะถูกฆ่าตายไปนานแล้ว..... ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...