“โอเค”
เย่เฉินและเฉินจื๋อข่ายมาที่สำนักงานของเขาด้วยกัน เฉินจื๋อข่ายเป็นคนที่เปิดประตู ขณะนี้หญิงวัยกลางคนอายุสี่ห้าสิบปี ที่มีแขนข้างเดียวนั่งอยู่บนโซฟาในสำนักงาน
ผู้หญิงคนนี้คือเหออิงซิ่วซึ่งเป็นแม่ของซูรั่วหลี
เหออิงซิ่วเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมจากตระกูลใหญ่ที่มีฐานะในสมัยนั้น หน้าตาของเธอสวยเป็นอันดับต้น ๆ ประกอบกับการที่เธอฝึกศิลปะการต่อสู้มาหลายปี ทำให้เธอมีรูปร่างสัดส่วนดี เพียงแต่เธอแขนขาดไปข้างหนึ่งซึ่งดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยสมดุลเล็กน้อย
เมื่อเหออิงซิ่วเห็นเย่เฉินและเฉินจื๋อข่ายเดินเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นยืน และแสดงท่าทางที่ค่อนข้างระมัดระวัง
ตามความคิดของเธอ เพราะอย่างไรเสียอีกฝ่ายคือคุณชายของตระกูลเย่ ซึ่งมีสถานะสูงส่ง แต่ตนเองเป็นเพียงสมาชิกของตระกูลศิลปะการต่อสู้ และยังเป็นคนพิการอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเล็กน้อย
ทันทีที่เย่เฉินเดินเข้ามาในห้อง เขายิ้มแล้วเดินไปหาเธอ และกล่าวว่า “สวัสดีครับ คุณน่าจะเป็นคุณผู้หญิงเหอ เหออิงซิ่วใช่ไหม?”
เมื่อเหออิงซิ่วเห็นเย่เฉิน และจากรายละเอียดการที่เฉินจื๋อข่ายเป็นคนที่เปิดประตูให้เขา เธอเดาว่าบุคคลนี้น่าเป็นคุณชายตระกูลเย่
ดังนั้นเธอจึงกล่าวอย่างถ่อมตนว่า “คุณชายเย่ ฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่ไม่โดดเด่นของตระกูลเหอ มิอาจรับความเกรงใจเช่นนี้ของคุณชายเย่ได้......”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย “คุณผู้หญิงเหออย่ากล่าวเช่นนั้น ในแง่ของอายุแล้ว คุณเป็นผู้อาวุโส และการที่ผมให้เกียรติคุณเป็นเรื่องปกติ”
เหออิงซิ่วไม่คิดว่าเย่เฉินจะไม่ถือมาดของคุณชายใหญ่ ทำให้เธอรู้สึกมีความประทับใจแรกพบเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าคุณชายใหญ่อายุน้อยที่อยู่ตรงหน้าตนเอง แม้ว่าตนเองจะดูไม่ออกผลการฝึกฝนและทักษะศิลปะการต่อสู้ใด ๆ ของเขาได้ แต่กลับมีความรู้สึกลึก ๆ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และคิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นคนธรรมดาทั่วไป
ดังนั้น เธอจึงถามด้วยความนอบน้อมว่า “คุณชายเย่ ไม่รู้ว่าคุณต้องการพบฉันด้วยธุระอะไร?”
เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าผมอยากร่วมงานกับคุณผู้หญิงเหอและตระกูลเหอ แต่ผมไม่ได้เป็นตัวแทนของตระกูลเย่ แต่ผมเป็นตัวแทนของตนเอง”
เหออิงซิ่วมึนงงเล็กน้อย คุณชายแห่งตระกูลเย่กล่าวว่าเขาไม่ได้เป็นตัวแทนของตระกูลเย่ หรือว่าเขาสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมา?
ขณะนี้ เย่เฉินกล่าวอีกครั้งว่า “อย่างไรก็ตาม คุณผู้หญิงเหอ ที่ผมเชิญคุณมาคราวนี้ เหตุผลหลักคือเพราะผมต้องการให้คุณมาพบเพื่อนเก่าคนหนึ่ง สำหรับเรื่องการร่วมงานกันนั้น พวกเราสามารถปรึกษาวางแผนในระยะยาวได้”
“เพื่อนเก่า?!” เหออิงซิ่วถามด้วยความประหลาดใจ “คุณชายเย่ ไม่รู้ว่าเพื่อนเก่าที่คุณกำลังพูดถึงคือใคร?”
เย่เฉินยิ้มและกล่าวว่า “คุณผู้หญิงเหอไม่ต้องใจร้อน อีกสักครู่เมื่อเธอมาถึง คุณก็จะรู้เองว่าเป็นใคร?”
หลังจากกล่าวจบ เขาขยิบตาเป็นสัญญาลักษณ์ให้เฉินจื๋อข่ายและกล่าวว่า “เหล่าเฉิน ไปเชิญคนมาเถอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...