เมื่อได้ยินคำพูดของเหออิงซิ่ว เหอหงเซิ่งก็พูดอย่างไม่ลังเลว่า“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นหลังจากที่พ่อจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จ จะไปที่จินหลิงกับลูกนะ เพื่อฟังคำสั่งจากคุณชายเย่”
เหออิงซิ่วพยักหน้า ถึงพ่อของตนจะอายุมากแล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นคนที่ฝึกฝนวิชาสูงสุดในตระกูลเหอ ถ้าเขาไม่ไปจินหลิง ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้คุณชายเย่ฟังอย่างไร
หลังจากนั้น เธอก็ถามกับพ่อว่า“พ่อคะ จะทำยังไงกับตระกูลซูดีคะ?”
เหอหงเซิ่งได้บุกทะลวงเส้นลมปราณเส้นที่สี่สำเร็จแล้ว กลายเป็นปรมาจารย์คนที่สองที่สามารถบุกทะลวงเส้นลมปราณเส้นที่สี่สำเร็จ ในประวัติศาสตร์ร้อยปีของตระกูลเหอ ตอนนี้เขากำลังตื่นเต้น เมื่อได้ยินคำถามของเหออิงซิ่ว เขาจึงเริ่มเปลี่ยนการวางแผนตระกูลเหอในอนาคตข้างหน้าใหม่
เขาพูดขึ้นมาว่า“ในเมื่อคุณชายเย่ให้การเปลี่ยนแปลงนี้แก่เรา ถ้าอย่างนั้นพ่อก็จะหยุดการร่วมงานกับตระกูลซู อีกทั้งแบ่งเขตแดนกับตระกูลซูชัดเจน หลังจากนั้นก็รีบหาคนที่เหมาะสม ไปรับใช้คุณชายเย่ที่จินหลิง”
พูดจบ เขาก็พูดอย่างสะท้อนใจว่า“คุณชายเย่ต้องการแค่ลูก กับคนของตระกูลเหอสิบคนเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้ ผู้หญิงและคนแก่รวมถึงเด็กและคนอ่อนแอก็ไม่ต้องไปไกลจากบ้านเกิด พวกคนรุ่นหลังที่ฝึกฝนยังไม่ถึงไหน สามารถอยู่ฝึกฝนที่เมืองโม่เฉิงต่อไป……”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้“เห้อ!เมืองโม่เฉิงเป็นธุรกิจที่บรรพบุรุษเหลือไว้ พ่อไม่อยากปล่อยมันไปเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้ตระกูลซูให้เราทั้งตระกูลลงใต้ คฤหาสน์เก่าหลังนี้คงต้องปล่อยรกร้าง เป็นแบบนี้มันก็ดี คนร้อยกว่าคนสามารถทำงานที่เมืองโม่เฉิงได้ต่อไป”
เหออิงซิ่วพยักหน้า แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“พ่อ หนูขอปรึกษาเรื่องหนึ่งค่ะ”
เหอหงเซิ่งที่ได้ยินแบบนั้น จึงรู้ดีดีใจมาก พยักหน้าเบาๆ มีความคาดหวังตระกูลเหอในอนาคตมากขึ้น
แต่เมื่อนึกถึงซูรั่วหลี เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้“เห้อ!ถ้ารั่วหลีอยู่ก็ดีสินะ เมื่อมองดูทั้งตระกูลเหอ พี่ใหญ่ของลูกมุ่งมั่นเพื่อความสุขภายนอก พี่รองของลูกก็มีความสามารถทั่วไป แต่สถานการณ์ของลูกก็ค่อนข้างพิเศษ คนรุ่นใหม่ไม่มีความทะเยอทะยาน มีความสามารถเด็ดขาด คนที่มีลักษณะเหมือนผู้นำจริงๆ กลับมีแค่รั่วหลีคนเดียว ทั้งตระกูลเหอ พ่อหาคนที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำตระกูลเหอคนที่สองไม่ได้อีกแล้ว……”
เหออิงซิ่วรู้สึกดีใจ แต่กลับอดพูดไม่ได้ว่า“พ่อคะ รั่วหลีเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ยังเป็นคนแซ่อื่นอีก ถึงเธอจะอยู่ที่นี่ ให้เธอเป็นผู้นำตระกูลเหอ จะมีคนไม่พอใจเยอะมากเลยนะคะ”
“ไม่พอใจ?”เหอหงเซิ่งหัวเราะอย่างเย้ยหยัน แล้วพูดว่า“ดูท่าคนเป็นแม่อย่างลูก จะไม่เข้าใจรั่วหลีดีพอ จากลักษณะนิสัยของรั่วหลี ในครอบครัวนี้ถึงใครจะไม่พอใจก็ไม่มีประโยชน์หรอก เธอจะต้องหักหนามออกจากบนตัวมันจนสะอาดหมดจด ถึงจะเป็นพี่ใหญ่ของลูก ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของรั่วหลีหรอก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...