“จริงหรอคะพ่อ!ดีจัง!มันดีมาก……จริงๆค่ะ!”
เหออิงซิ่วที่ได้ยินแบบนั้น ถึงกับตื่นเต้นมาก เมื่อเห็นว่าพ่อมีท่าทางกระปรี้กระเปร่า จึงรู้สึกดีใจมาก ชั่วพริบตาเดียวน้ำตาก็เอ่อล้นออกมา
เธอรู้ดี การบุกทะลวงเส้นลมปราณเส้นที่สี่ เป็นความหวังสูงสุดของพ่อ
เดิมที รวมถึงพ่อและคนอื่นๆต่างคิดว่าวันนี้จะไม่มีวันมาถึง แต่คิดไม่ถึงว่า วันนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ!
เหออิงซิ่วน้ำตาไหลรินออกมา เหอหงเซิ่งเองก็ดวงตาเปียกชื้น
เขาพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า“คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าฉันเหอหงเซิ่งจะมีวันที่บุกทะลวงเส้นลมปราณเส้นที่สี่สำเร็จ ในที่ก็ไม่ทำให้บรรพบุรุษตระกูลเหอของเราผิดหวัง……”
พูดจบ เขาก็รู้สึกตื่นเต้น และซาบซึ้งมากยิ่งขึ้น
เหออิงซิ่วรีบถามขึ้นมาว่า“พ่อคะ ตอนนี้เส้นลมปราณเส้นที่สี่ของพ่อบุกทะลวงไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วคะ?!”
เหอหงเซิ่งกล่าว“บุกทะลวงไป10% แต่อนาคตจะต้องมีโอกาสทำให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน!เรื่องจากตอนนี้เส้นเริ่นได้ทำสำเร็จแล้ว เส้นตูก็สูงขึ้นจาก50%เป็น70%แล้ว ในการฝึกฝนเส้นลมปราณเริ่นและเส้นลมปราณตูเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่เท่ากับกางวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการฝึกฝนในอนาคต จากนี้ไปการฝึกฝนจะเปลืองแรงน้อยแต่ได้ผลงานมาก!”
เหออิงซิ่วพยักหน้า และพูดอย่างตื่นเต้นว่า“หนูว่าหลังจากที่พ่อกินยาเม็ดที่สองเข้ามา สภาพร่างกาย หน้าตาดูสดชื่นขึ้นมากเลยค่ะ คาดว่าการที่พ่อจะอายุยืนนานร้อยปีไม่ใช่ความฝันแน่นอนค่ะ อนาคตจะต้องสามารถยกระดับการฝึกฝนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่แน่อาจจะสามารถบุกทะลวงเส้นลมปราณเส้นที่ห้าสำเร็จก็เป็นได้ เป็นการยกระดับตระกูลเหอของเรา!”
เหอหงเซิ่งพูดอย่างสะท้อนใจว่า“ถ้าพ่อมีวันนั้นจริงๆ ถึงตายก็ไม่เสียดาย!”
นับจากที่เหออิงซิ่วได้รับบาดเจ็บ จากสภาพนักกีฬาอาชีพ จนถอนตัวออกจากการเป็นนักกีฬาอาชีพ ใช้เวลาส่วนใหญ่ในทุกๆวันดูแลรั่วหลี เวลาที่ตนเองจะฝึกซ้อมจึงมีน้อยมากๆ
ถึงแม้ในทุกวันจะสามารถเจียดเวลาออกมาได้สองสามชั่วโมง แต่ก็ยังห่างไกลจากความต้องการของนักกีฬาอาชีพ
ในทุกครั้งที่พ่อของเธอให้เธอลุกขึ้นมาใหม่ สิ่งที่พูดถึงก็คือการให้เธอกลับมาในทิศทางของการฝึกซ้อมเป็นนักกีฬาอาชีพ
อันที่จริงเธอก็อยากตั้งใจฝึกซ้อมเหมือนที่พ่อของตนพูด แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่รับปากกับเย่เฉินว่าจะไปจินหลิง อีกทั้งยังต้องเฝ้าดูแลซูรั่วหลี จึงพูดกับเหอหงเซิ่งไปว่า“พ่อคะ คุณชายเย่บอกแล้วว่า ถ้าตอบตกลงร่วมงาน จะต้องให้หนูพาสุดยอดฝีมือของตระกูลเหอสิบคนไปรับใช้เขาที่จินหลิง อาจจะเป็นไปได้ยากที่หนูจะกลับไปฝึกซ้อมอย่างหนักเหมือนเมื่อก่อนได้”
พูดจบ เธอก็รีบพูดขึ้นมาว่า“แต่หนูจะพยายามหาเวลาออกมาให้ใช้ในการฝึกฝนให้ได้มากที่สุดค่ะ จุดนี้พ่อสบายใจได้เลย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...