ได้ยินว่าเย่เฉินมีเรื่องจะคุยกับตนเอง หงห้ารีบวางงานในมือ เดินทางที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกงด้วยความเร็ว
เมื่อได้ยินเย่เฉินบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับตน หงห้าก็รีบทิ้งงานที่อยู่ในมือ เดินทางที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกงโดยเร็วที่สุด
ภายในห้องทำงานของเฉินจื๋อข่าย พอหงห้าเปิดประตูเข้ามา ก็พบเข้ากับเย่เฉิน เขาจึงรีบก้าวไปข้างหน้า แล้วถามอย่างนอบน้อมว่า“อาจารย์เย่ครับ มีอะไรจะคุยกับผมหรอครับ?”
เย่เฉินกวักมือหาเขา แล้วหัวเราะพลางพูดขึ้นมาว่า“มาสิหงห้า มานั่งคุยกันก่อน”
พูดจบ ก็กวักมือเรียกเฉินจื๋อข่าย“เหล่าเฉิน คุณก็นั่งลงก่อนสิ”
เฉินจื๋อข่ายกับหงห้าจึงหาที่นั่งแล้วนั่งตรงข้ามกับเย่เฉิน
จากนั้น เย่เฉินก็พูดขึ้นมาว่า“ผมตกลงร่วมงานกับตระกูลเหอแล้วนะ ตั้งแต่วันนี้ไป ตระกูลเหอจะส่งยอดฝีมือสิบคนมาที่จินหลิง เพื่อฟังคำสั่งผมตลอดเวลา”
เฉินจื๋อข่ายกล่าวอย่างดีใจ“คุณชายครับ นี่เป็นเรื่องดี!มียอดฝีมือของตระกูลเหอ ถือได้ว่าเป็นการเสริมกำลังให้ผมกับหงห้า ถึงแม้ลูกน้องในมือของเราจะมีไม่ขาดมือ แต่ความสามารถด้อยกว่านักบู๊มาก ในบางครั้งไม่เพียงแต่ช่วยอะไรคุณชายไม่ได้ กระทั่งยังเป็นตัวถ่วงคุณอีกด้วย”
ในตอนนี้สิ่งที่เฉินจื๋อข่ายนึกถึงก็คือ ครั้งก่อนตอนที่อยู่กับเย่เฉิน ในขณะที่เดินทางไปอุโมงค์ภูเขาจื่อจินซานเพื่อช่วยชีวิตซูจือหยูกับตู้ไห่ชิงแม่ของเธอ
เย่เฉินโบกมือไปมา แล้วหัวเราะพลางพูดขึ้นมาว่า“ที่ผมคุยเรื่องการร่วมงานกับตระกูลเหอ ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากตระกูลเหอหรอกนะ”
เมื่อเย่เฉินพูดจบ ก็พูดขึ้นมาอีกว่า“ความจริง ผมคิดจะ ให้สิบคนนั้นของตระกูลเหอแบ่งไปให้พวกคุณทั้งสองคน ให้พวกเขาเติมเต็มในสิ่งที่พวกคุณขาด ในขณะเดียวกันก็ช่วยพวกคุณอบรมลูกน้อง ยกระดับฝีมือของพวกเขา”
เมื่อเฉินจื๋อข่ายได้ยินอย่างนั้น จึงรู้สึกตื้นตันใจมาก เขาโพล่งออกไปว่า“คุณชายครับ ถ้าเป็นแบบนี้ มันดีมากเลยล่ะครับ!ลูกน้องของผมถึงแม้จะผ่านการฝึกทหารที่เข้มข้นสูงเช่นเดียวกับกองกำลังพิเศษ แต่พวกเขายังคงไม่สามารถบุกทะลวงขีดจำกัดของคนปกติทั่วไปไม่ได้ เมื่อเทียบกันแล้วความสามารถของพวกเขาด้อยกว่านักบู๊มาก มันต่างกันมากเลยล่ะครับ”
เย่เฉินพยักหน้า แล้วกล่าวว่า“ความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของนักบู๊ โดยเฉพาะความสามารถในการต่อสู้ทางกายภาพ เหนือกว่ากองกำลังพิเศษมาเมื่อกองกำลังพิเศษมีอาวุธร้อน ความสามารถโดยรวมของพวกขาจะเหนือกว่านักบู๊พอสมควร ดังนั้นครั้งนี้ ผมคิดจะผนวกทั้งสองอย่างรวมกัน ให้คนของตระกูลเหอใช้วิถีของศิลปะการต่อสู้ ช่วยลูกน้องของคุณกับหงห้า พัฒนาความสามารถของพวกเขา ยกระดับการต่อสู้ระยะประชิด หลังจากนั้นค่อยผนวกกับอาวุธร้อน ความสามารถโดยรวมก็จะสมดุลกันมากขึ้น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...