ในเวลานี้การไลฟ์สดของซูจือหยูได้สิ้นสุดลง เธอนั่งนิ่งอยู่ในห้องหนังสือคนเดียว กำลังคิดเกี่ยวกับแผนการต่อไปซ้ำไปซ้ำมา
ตู้ไห่ชิงเคาะประตูแล้วพูดว่า “จือหยู ออกมากินข้าวกันเถอะ”
ซูจือหยูได้สติกลับมา รีบพูดว่า “ตกลงค่ะแม่ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
จากนั้นเธอก็หยิบเอกสารทางกฎหมายกองใหญ่ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ แล้วเดินออกมา
สมาชิกในครอบครัวของเธอ นอกจากซูจือเฟยพี่ชายของเธอที่ได้รับข้อมูลจากซูเฉิงเฟิงมาก่อนล่วงหน้าแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครรู้ว่าซูจือหยูทำข้อตกลงกับซูเฉิงเฟิงอย่างไร
ในเวลานี้ ทุกคนในครอบครัวของเธอต่างประหลาดใจ สงสัยว่าทำไมเธอถึงปล่อยซูเฉิงเฟิงไปในการไลฟ์สดเมื่อสักครู่นี้
แม้แต่ตู้ไห่ชิงแม่ของเธอก็ยังไม่เข้าใจ
เมื่อซูจือหยูสังเกตเห็นว่าสมาชิกครอบครัวบนโต๊ะมองมาที่ตนด้วยสายตาประหลาดใจ เธอจึงวางกองเอกสารทางกฎหมายไว้บนโต๊ะและพูดอย่างจริงจังว่า “แม่คะ พี่คะ คุณตา น้าชายใหญ่ น้าชายรอง มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกพวกคุณ”
ในเวลานี้ทุกคนมองมาที่เธอ รอให้เธอพูดต่อ
ซูจือหยูชี้ไปที่เอกสารทางกฎหมายแล้วกล่าวว่า “วันนี้ฉันบรรลุข้อตกลงกับคุณปู่แล้ว ฉันจะไม่โจมตีหรือฟ้องร้องเขาในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เขาได้โอนหุ้นทั้งหมดของหยวนหยางขนส่งกรุ๊ปของตระกูลซูให้กับฉัน ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเสร็จสมบูรณ์แล้ว การเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมและการค้าก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว”
ทุกคนในที่นี้ต่างตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเรื่องนี้
นอกจากซูจือเฟยที่รู้ทุกอย่างล่วงหน้า คนอื่นๆ ก็มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ!
ซูจือหยูรู้ว่า นอกจากแม่แล้วก็ไม่สามารถให้ใครรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอได้ โดยเฉพาะซูจือเฟย พี่ชายของเธอ
ดังนั้นเธอจึงพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันแค่อยากจะต่อสู้เพื่อเป็นหลักประกันให้ตัวฉันเอง
จากนั้นเธอก็มองไปที่ซูจือเฟยและพูดต่อ “ต้องขอบคุณพี่ชายที่เตือนฉัน ฉันไม่มีทรัพย์สินส่วนตัว ถ้าฉันขัดแย้งกับตระกูลซู ฉันจะไม่ได้อะไรเลยจริงๆ และฉันก็รอรับสินสอดที่ยังไม่ได้จนถึงวันแต่งงานไม่ไหวแล้วจริงๆ หยวนหยางขนส่งกรุ๊ปนี้เป็นค่าชดเชยและสินสอดของฉันที่ตระกูลซูเตรียมไว้ให้ฉันในอนาคต”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ซูจือเฟยก็รู้สึกเศร้าใจมากเหลือเกิน
“ฉันเคยพูดกับเธอแบบนี้ก็จริง แต่นั่นก็เพื่อเกลี้ยกล่อมไม่ให้เธอไปทำกับตระกูลซู ไม่ใช่ให้เธอไปทำกับคุณปู่...”
“และฉันก็ไม่ได้ขอให้เธอเอามีดไปกรีดเลือดกรีดเนื้อคุณปู่นะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...