เฉินจื๋อข่ายได้รับข้อความ ก็รีบตอบกลับประโยคหนึ่ง “คุณชายครับ จะให้ผมหารูปของคนๆนี้มาด้วยมั้ยครับ ส่งคนออกไปสืบค้นเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับเขาสักหน่อย?”
“อย่าเด็ดขาด!” เย่เฉินรีบเตือน “คนๆนี้อันตรายอย่างมาก ลูกน้องของนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แม้แต่ยอดฝีมือพวกนั้นของตระกูลเหอ ก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
เฉินจื๋อข่ายรีบถามว่า “คุณชายครับ ปู่หลานสองคนที่ไปเขาเฟิ่งหวงเมื่อคืนที่คุณให้พวกผมไปติดตาม เรื่องเช้าวันนี้ที่รปภ.สุสานเขาเฟิ่งหวงตายอย่างน่าประหลาด น่าจะเกี่ยวข้องกับคนนี้ใช่มั้ยครับ?!”
“ใช่” เย่เฉินตอบกลับ “เพราะงั้นนายอย่าได้บอกกับคนอื่น ช่วยสืบหาเบาะแสให้ฉันก็พอแล้ว อย่าได้พูดออกไปเด็ดขาด อย่าได้ให้คนออกไปหาตัวเขา แบบนั้นมีเพียงแค่ไปตายเท่านั้น”
“รับทราบครับคุณชาย!”
เพียงช่วงเวลาของอาหารเช้า เฉินจื๋อข่ายก็ได้บันทึกการเข้าออกพื้นที่ของซวนเฟิงเหนียนมา
ข้อมูลพวกนี้ รวมถึงข้อมูลพาสปอร์ตของซวนเฟิงเหนียน ภาพถ่ายดิจิตอล รวมทั้งวิดีโอกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในศุลกากรขณะที่ซวนเฟิงเหนียนเข้าเมือง
แต่ว่า ตามที่เขาบอกมา ทั้งระบบโรงแรมในเมืองจินหลิง ไม่มีบันทึกการเข้าพักของซวนเฟิงเหนียน
นี่ก็แสดงให้เห็นว่า คนๆนี้อยู่ในเมืองจินหลิงนั้นไม่ได้พักโรงแรม ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แม่นยำของเขาในปัจจุบันได้
เย่เฉินทำได้เพียงจดจำใบหน้าลักษณะเด่นของคนนี้ไว้ในสมอง ที่เหลือค่อยหาวิธีวิเคราะห์ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ทำการวิเคราะห์ซ้ำถึงตรรกะของเรื่องราวนี้ในใจ
ไม่ว่าจะเป็นทวดเหลนไหม้เฉิงซินทั้งสอง หรือว่าซวนเฟิงเหนียน จะต้องเป็นซูเฉิงเฟิงส่งตัวมาแน่นอน ในจุดนี้สามารถมั่นใจได้
ส่วนซวนเฟิงเหนียนแค่เชี่ยวชาญการฆ่า แต่กลับไม่เชี่ยวชาญการตามหาตัว ดังนั้นหน้าที่นี้จะต้องให้ทวดเหลนไหม้เฉิงซินสองคนนี้มาช่วยหาเบาะแส
ถ้าเป็นอย่างนี้ หากผ่านตัวไหม้เฉิงซิน น่าจะหาตัวซวนเฟิงเหนียนคนนี้ได้
เย่เฉินส่งเธอไปยังโรงแรมที่ตี้เหากรุ๊ปกำลังก่อสร้าง ที่นี่กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ คนงานนับพันอยู่ที่นี่ คิดแล้วก็คงไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยอะไร
ในตอนที่เซียวชูหรันกำลังจะลงรถ เย่เฉินเอ่ยปากพูดเตือนว่า “ที่รัก ตอนค่ำอย่าได้เลิกงานกลับบ้านคนเดียวเด็ดขาดนะ ทำงานเสร็จเมื่อไหร่ ก็โทรหาฉันนะ ฉันขับรถมารับเธอ”
เซียวชูหรันพยักหน้า พูดอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อยว่า “งั้นคืนนี้ฉันน่าจะดึกหน่อยนะ”
“ไม่เป็นไร” เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ดึกแค่ไหนฉันก็มารับเธอ อย่าลืมโทรหาฉันก่อนละ เธอจะได้ไม่ต้องรอ”
“โอเค!” เซียวชูหรันพูดอย่างยิ้มหวาน “งั้นฉันลงรถก่อนละ!”
หลังจากที่เย่เฉินบอกลากับเซียวชูหรันแล้ว ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...