ธุรกิจขนส่งทางทะเลของตัวเองยังไม่ได้เริ่มต้นจริงๆ แต่หยวนหยางขนส่งกรุ๊ปของตระกูลซู มีขอบข่ายที่ใหญ่มากตั้งนานแล้ว หากเรานำทรัพยากรที่สอดคล้องกันมาได้ ธุรกิจของตัวเองจะสามารถเริ่มต้นไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่ สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นปัญหา ก็คือเมื่อซูจือหยูร่วมงานกับตัวเองนั้น งั้นตัวตนของตัวเอง ก็จะต้องถูกเปิดเผยในตระกูลซูแล้ว
หากเปิดเผยต่อตระกูลซู เย่เฉินไม่ห่วงตัวเองเลย ยังไงซะซูโสว่เต้า ซูโสว่เต๋อก็อยู่ในเงื้อมมือของตัวเอง ซวนเฟิงเหนียนก็ถูกตัวเองฆ่าไปแล้ว หากตระกูลซูคิดจะต่อกรกับตัวเอง เดิมทีก็ไม่มีท่าไม้ตายแล้ว ตัวเองไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเลย
และสิ่งที่เขากังวลจริงๆคือซูจือหยู
เมื่อเธอทำงานร่วมกันกับตัวเอง ซูเฉิงเฟิงจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่นอน บางทีก็อาจเอาความโกรธไปลงที่ซูจือหยู
ยังไงซะตระกูลซูและตระกูลเย่ต่างก็มีรอยบาดหมางกัน และเป็นคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของกันและกัน ตระกูลซูถ้าหากร่วมมือกับตัวเอง งั้นในสายตาของซูเฉิงเฟิง เท่ากับทรยศตระกูลซูโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังเข้าร่วมฝ่ายศัตรูอีกด้วย
แม้ว่าเย่เฉินต้องการหาทางลัดสำหรับธุรกิจของตัวเองก็ตาม แต่ทางลัดนี้ ไม่ควรทำให้ซูจือหยูตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
ถ้าพูดตรงๆในกรณีนี้ ตัวเองก็อาจจะทำร้ายเธอได้
ครั้นแล้ว เขาโบกมือ กล่าวขอโทษซ่งหวั่นถิงที่ไม่รู้ความจริง: “แม้ว่าฉันกับซูจือหยูรู้จักกัน แต่ยังไงซะธุรกิจของฉันในตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ดังนั้นหากฉันจะทำงานกับเธอในตอนนี้ เท่ากับว่าเป็นการจับเสือมือเปล่า ถึงตอนนั้นอาจจะทำให้คนอื่นรู้สึกแบบนี้ เหมือนว่าฉันเอาเรื่องช่วยเหลือคนอื่นมาขู่เข็ญ บังคับให้พวกเขาร่วมมือกับฉัน นี่ค่อนข้างเป็นการอ้างหลักศีลธรรมมาบังคับผู้อื่นไปหน่อย”
ซ่งหวั่นถิงได้ยิน ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
เธอรู้พฤติกรรมของเย่เฉิน แต่ไหนแต่ไรไม่เคยใช้เรื่องที่เคยช่วยเหลือคนอื่นมาเป็นตัวต่อรอง เพื่อไปเจรจาเงื่อนไขกับอีกฝ่าย
แต่ว่า เมื่อผลกระทบของเรื่องนี้ค่อยๆหายไป ซูเฉิงเฟิงที่สูญเสียบริษัทการขนส่งทางทะเลที่สำคัญไปทำได้เพียงรู้สึกแย่มากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งจะมีความเป็นไปได้ที่บริษัทนี้จะสามารถกลับมาเติบโตขึ้นใหม่อีกครั้ง
ถึงตอนนั้น ซูจือหยูจะต้องพบเจอกับอันตรายใหญ่หลวงแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การร่วมงานกับซูจือหยู กลับไม่จำเป็นต้องกลัวเธอเลย ในทางหนึ่ง ก็อาจจะเป็นการปกป้องเธออยู่
คิดถึงตรงนี้ เขาพูดอย่างจริงจังว่า: “เอาอย่างนี้ ทางฝั่งจือชิวยังคงยึดตามแผนเดิมที่วางไว้ ยังไงซะไม่ว่าจะร่วมงานกับซูจือหยูหรือไม่ เราต่างก็ต้องจดทะเบียนบริษัทก่อน ยื่นขอใบอนุญาตรวมถึงรวบรวมทรัพยากรไว้ให้ดี มิฉะนั้น ถึงแม้ว่าได้ทรัพยากรของซูจือหยูก็ตาม เราก็ไม่มีทางใช้มันได้”
“ส่วนสามารถร่วมงานกับซูจือหยูได้หรือไม่นั้น ฉันจะหาโอกาสไปคุยกับเธอ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...