สถาปนิกสาวพูดอย่างยิ้มๆว่า“น้าตู้คะ เถาคันอยู่ในเจียงหนานของเรามีความแข็งแรงมาก อย่าเห็นว่าตอนฤดูหนาวมันมีสภาพที่เหี่ยวเฉานะคะ พอเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิมันจะงอกขึ้นมาใหม่ พอถึงกลางฤดูร้อน มันจะปีนป่ายเต็มกำแพงเลยค่ะ กำแพงบ้านที่เป็นอิฐสีส้มกับเถาคันสีเขียวสด มันสวยมากๆเลยค่ะ!”
ชะงักไปครู่หนึ่ง สถาปนิกสาวก็พูดขึ้นมาอีกว่า“อีกทั้ง เมื่อมีบอสตัน จะสามารถป้องกันความร้อนได้ดีเลยค่ะ พอถึงหน้าร้อน อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลงมาหลายองศา”
ตอนนี้ตู้ไห่ชิงราวกับมองเห็นเถาคันเขียวชอุ่มปีนป่ายไปทั่วทั้งกำแพง แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า“เยี่ยมเลย!ถึงเวลานั้นหญ้าสนามหน้าบ้านก็จะขึ้นเขียวชอุ่ม เข้ากับกำลังสีอิฐ ทางที่เป็นบลูสโตนรวมถึงเถาคันที่ปีนป่ายทั่วกำแพง แค่ลองนึกดูก็รู้ได้เลยว่ามันต้องสวยมากแน่ๆ!”
สถาปนิกสาวพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“บลูสโตนในสนามหน้าบ้านของคุณน้า พอถึงฤดูร้อนหลังจากฝนตกเสร็จจะมีตะไคร่น้ำขึ้นปกคลุม ถ้าเป็นแบบนั้นมันต้องสวยมากแน่ๆเลยค่ะ แต่ว่าตอนเดินคุณน้าต้องระวังมากๆนะคะ ระวังลื่นล้ม”
พูดจบ สถาปนิกสาวก็มองดูเวลา แล้วพูดขึ้นมาว่า“น้าตู้คะ ความต้องการของคุณน้าหนูเข้าใจแล้วค่ะ หนูขอกลับไปคุยกับบอสก่อนนะคะ จะพยายามเอาแผนการออกแบบส่งให้คุณน้าดูค่ะ เพื่อให้คุณน้าสามารถเข้ามาพักได้ภายในฤดูร้อน”
“ไม่มีปัญหาจ๊ะ”ตู้ไห่ชิงพูดอย่างยิ้มๆ“รบกวนเธอด้วยนะเสี่ยวหวัง มีความคืบหน้ายังไง โทรบอกฉันได้ตลอดเลยนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะ”สถาปนิกสาวพยักหน้าแล้วพูดว่า“งั้นหนูขอตัวลาก่อนนะคะน้าตู้”
“ฉันไปส่งเธอนะ!”
ตู้ไห่ชิงส่งสถาปนิกสาวไปที่หน้าประตู หลังจากนั้นก็กลับเข้ามา
เมื่อเห็นว่าซูจือหยูมองดูสนามด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า“จือหยู ลูกดูอะไรอยู่หรอ?”
ซูจือหยูกล่าวอย่างยากที่จะปิดบังว่า“แม่คะ ถึงเวลานั้นคุณแม่ต้องเก็บห้องไว้ให้หนูด้วยนะคะ หนูอยากมาอยู่กับคุณแม่ที่นี่ค่ะ!”
ซูจือหยูส่ายหัวไปมา“ผู้มีพระคุณพึ่งเริ่มทำงานด้านนี้ กำลังขาดคน ถ้าหนูไปเรียนตอนนี้ ก็จะไม่สามารถช่วยงานเขาได้น่ะสิคะ?ดังนั้นหนูอยากอยู่ต่อไป ถึงเวลานั้นก็ไปร่วมงานกับผู้รับผิดชอบงานของฝั่งเขา บริหารธุรกิจนี้ขึ้นมาให้ได้”
ตู้ไห่ชิงมองดูลูกสาว แล้วพูดอย่างยิ้มๆว่า“พูดมาเยอะแยะขนาดนี้ ความจริงแล้วลูกอยากอยู่ที่นี่ต่อไปเพราะเย่เฉินใช่ไหมล่ะ?”
ซูจือหยูคิดไม่ถึงว่า เธอเก็บอาการไว้ดีขนาดนี้ อธิบายเยอะแยะ สุดท้ายก็ถูกแม่มองทะลุหมดจด
ดังนั้น เธอจึงไม่ปิดบังอีกต่อไป แล้วพยักหน้าเบาๆ
ตู้ไห่ชิงถอนหายใจ แล้วลูบมือของเธอเบาๆ พลางพูดอย่างจริงจังว่า“แม่เคยลิ้มรสกับเสียใจมาแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าผลสุดท้ายจะดีหรือร้าย ในเมื่อลูกตัดสินใจแล้ว ก็ต้องวางใจแล้วลงมือทำ!ไม่ว่าจะเป็นยังไง แม่ก็สนับสนุนลูกเสมอ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...