ต่งรั่งหลินที่อยู่ข้างๆเห็นทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน พร้อมหัวเราะคิกคัก ในใจก็เกิดรู้สึกอิจฉา จึงอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ว่า “จะหวานกันก็ดูสถานที่หน่อยก็ดีนะ อย่ามาอวดความรักให้คนโสดดูแถวนี้ได้ไหม?”
เซียวชูหรันหัวเราะคิกคักออกมา เอ่ยพูดว่า “รั่งหลิน ไหนๆเราก็อยู่โซนติดเวทีเหมือนกันแล้ว งั้นก็เข้าไปพร้อมกันเถอะ อย่ามัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้เลย”
ต่งรั่งหลินพยักหน้า จากนั้นก็เข้าไปตรวจตั๋วพร้อมกับเย่เฉินและเซียวชูหรัน แล้วเข้าไปในโดม
ภายในโดม ณ ขณะนี้ เต็มไปด้วยผู้คนล้นหลาม ที่นั่งข้างบนเต็มไปด้วยแฟนคลับของกู้ชิวอี๋ แต่ละคนล้วนแล้วแต่ถือแท่งไฟและป้ายไฟชื่อกู้ชิวอี๋เอาไว้ในมือ คนหลายหมื่นคนโบกแท่งไฟและป้ายไฟพร้อมกัน จนทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยแสงไฟสวยๆ
ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เฉินได้มาดูคอนเสิร์ต ดังนั้นจึงรู้สึกนิ่งอึ้งไปในทันที เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ในตอนนี้เอง เซียวชูหรันที่อยู่ข้างๆก็ส่งเสียงออกมาด้วยใบหน้าหงุดหงิด “ไอ้หยา! ฉันลืมเตรียมอุปกรณ์เชียร์มาด้วย!”
เย่เฉินเอ่ยถามอย่างข้องใจ “อุปกรณ์เชียร์?”
“ใช่ไง!” เซียวชูหรันชี้ไปยังแท่งไฟและป้ายไฟที่แฟนคลับกำลังถืออยู่รอบๆ แล้วเอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า”คุณดู แฟนคลับคนอื่นเตรียมมาหมดเลย”
เย่เฉินยิ้มอย่างจนใจ เอ่ยพูดว่า “ที่รัก แค่มาดูคอนเสิร์ตไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้มั้ง ในเมื่อคุณชอบกู้ชิวอี๋ คุณก็ตั้งใจดูตั้งใจฟังเธอร้องเพลงเอาก็ได้นี่นา?”
เซียวชูหรันเอ่ยพูดอย่างเสียดาย “ฉันไม่ได้ชอบแค่เพลงของเธอ แต่ฉันชอบเธอด้วย ดังนั้นแล้วในฐานะแฟนคลับ ก็หวังอยากจะทำอะไรให้ไอดอลที่ชอบทั้งนั้นแหละ แต่ว่าช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง จนฉันลืมเรื่องอุปกรณ์เชียร์ไปเลย เป็นแฟนพันธุ์แท้ของกู้ชิวอี๋แท้ๆ แอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันแฮะ”
เหมือนอย่างแฟนคลับผู้หญิงอายุน้อยๆ ที่ขอเงินพ่อแม่ไปตามติ่งดารา จนสุดท้ายพ่อแม่ก็แบกรับภาระไม่ไหว บางคนไปสุด ถึงขั้นหมักหมมกลายเป็นผลลัพธ์อันขมขื่นที่ไม่อาจหวนคืนได้
ดังนั้น เขาจึงพูดอย่างจริงจังว่า “ที่รัก คุณควรชื่นชอบดารา ไม่ใช่คลั่งดารา ถ้าคุณยืนอยู่ในจุดที่ชื่นชอบ แบบนั้นคุณกับเขาก็มีตำแหน่งเท่ากัน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคลั่งไคล้ คุณก็จะเสียตำแหน่งที่เท่ากันกับเธอไป เรามาที่นี่ เพื่อมาชื่นชมกู้ชิวอี๋ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนเธอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเกินกว่าเหตุเลยด้วยซ้ำ”
เซียวชูหรันพยักหน้าเบาๆ เอ่ยพูดอย่างปล่อยวาง “ค่ะที่รัก ฉันรู้แล้ว”
เย่เฉินพูดเสียงนุ่ม “รู้ก็ดี รีบไปนั่งที่เถอะ การแสดงใกล้จะเริ่มแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...