สถานที่งานคอนเสิร์ตในตอนนี้ เพลงหนึ่งของกู้ชิวอี๋《ความรักมันก็เป็นแค่คำๆหนึ่งเท่านั้นเอง》ร้องจบ แฟนคลับนับหมื่นต่างก็ลุกขึ้น ลุกขึ้นยืนมาปรบมืออย่างสุดกำลัง
แม้แต่เซียวชูหรันเองก็ยืนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ไม่ทันเช็ดน้ำตาที่หางตาออก ก็ปรบมืออย่างสุดกำลังจนมือแดงไปหมด
กู้ชิวอี๋ที่อยู่บนเวที หลังจากที่จบไปหนึ่งบทเพลง ก็พูดใส่ไมค์โครโฟนว่า “ขออภัยด้วยจริงๆ ฉันเห็นแก่ตัวแล้วนำเอาเรื่องราวของตัวเอง มาใส่ในการเปิดงานคอนเสิร์ต หวังว่าวิดีโอนี้จะไม่ไปรบกวนอารมณ์การดูคอนเสิร์ตของทุกท่านนะคะ!”
แฟนคลับนับไม่ถ้วนด้านล่างเวทีตะโกนคำพูด “ไม่ค่ะ” “ชิวอี๋สู้ๆ” “ชิวอี๋จะต้องมีความสุขนะ” ประมาณนี้ออกมา
กู้ชิวอี๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณค่ะทุกท่าน งั้นต่อมาเพลงนี้ ก็มอบให้กับที่รักอย่างพวกคุณ!”
พูดจบ เสียงดนตรีดังขึ้น กู้ชิวอี๋เริ่มร้องเพลงที่สองของงานคอนเสิร์ต ซึ่งก็เป็นหนึ่งในบทเพลงหลักของเธอ
เพลงนี้ทำให้บรรยากาศรื่นเริงมากขึ้นเยอะในทันที ดังนั้นบรรยากาศในสถานที่ก็ร้อนแรง มีแฟนคลับไม่น้อยที่ลุกขึ้นชมเพราะจังหวะเพลงที่เร็วของเพลงนี้
เซียวชูหรันเองก็เข้าสู่บรรยากาศความเร่าร้อนของงานคอนเสิร์ตอย่างรวดเร็ว เหมือนกับแฟนคลับคนอื่นๆ ทั้งร้องทั้งเต้นตามกู้ชิวอี๋ มีความสุขเป็นอย่างมาก
แต่เย่เฉิน กลับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ตลอด
ส่วนกู้ชิวอี๋บนเวที ในตอนที่แสดงอยู่ก็มักจะมองไปยังทางที่เย่เฉินอยู่ จับตาเฝ้าสังเกตเขาอยู่ตลอด
เนื่องจากบทเพลงที่กู้ชิวอี๋ร้องยิ่งอยู่ยิ่งเยอะ บรรยากาศของงานก็ยิ่งเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น
ระหว่างนั้นเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าไปสามครั้ง ทุกรูปทรงล้วนสง่าสวยงามมาก ทำเอาผู้คนตื่นตะลึงอย่างที่สุด
สไตล์เพลงของกู้ชิวอี๋ ก็ค่อยๆเปลี่ยนจากรื่นเริงสนุกสนานเป็นบทเพลงที่ลึกซึ้ง
ตามมาจากที่บทเพลงสุดท้ายจบลง ผู้ชมมากมายก็ไม่เห็นถึงอีกบทเพลงที่กู้ชิวอี๋บอกว่านำมาร้อง
ในเวลานี้ กู้ชิวอี๋ยืนอยู่บนเวที พูดว่า “บทเพลงสุดท้ายของวันนี้สำหรับฉันแล้วมีความหมายที่ต่างจากปกติ เพราะว่าเพลงนี้ ก็จะมอบให้กับเจ้าชายขี่ม้าขาวคนนั้นของฉันเช่นกัน….”
คำพูดนี้พูดออกไป เสียงโห่ร้องในงานก็ดังก้องขึ้นมาทันที ทั้งส่งเสียงตะโกนและส่งเสียงผิวปาก รวมทั้งเสียงด่าทอเจ้าชายขี่ม้าขาวดังไปทั่วงาน
ในเวลานี้กู้ชิวอี๋พูดต่อไปว่า “แต่ว่าการแต่งตัวนี้ เทียบกับสองชุดก่อนหน้าแล้ว จะยุ่งยากกว่านิดหน่อย เพราะงั้นเดี๋ยวฉันลงไปเตรียมตัวก็คงต้องใช้เวลานานสักหน่อย ดังนั้นขอรบกวนให้ทุกท่านตั้งตารออย่างใจเย็นสักครู่นะคะ”
พูดจบ เธอก็เดินไปที่ลิฟต์เลื่อนตรงกลางเวที ภายใต้แสงไฟสาดส่องตามตัว ในเสียงโห่ร้องส่งเสียงอย่างเร่าร้อนของผู้ชม ค่อยๆเลื่อนตัวลงไป แล้วก็หายไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...