ณ เวลานี้ หลังเวทีการแสดง
ในห้องพักผ่อนของกู้ชิวอี๋ เฉินตัวตัวตาแดง ช่วยเธอถอดชุดเจ้าสาวเองกับมือ พูดสะอื้นอย่างเอ็นดูว่า “ชิวอี๋ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ว่าจะใส่ชุดเจ้าสาวในงานคอนเสิร์ตนี้ แล้วทำไมไม่เรียกชื่อเย่เฉินเจ้านั่นซะเลยละ?”
พูดถึงนี่ เธอบ่นอย่างไม่พอใจว่า “ฉันว่านะ เธอน่าจะบังคับแต่งงานกับเขาต่อหน้าผู้ชมนับหมื่น ต่อหน้าแฟนคลับทั่วประเทศไปเลย!ใส่ชุดเจ้าสาวทั้งที เรียกชื่อเขาให้เขาขึ้นเวที จากนั้นก็ถามเขาต่อหน้าทุกคนว่าจะทำตามสัญญาเมื่อไหร่”
กู้ชิวอี๋มองดูตัวเองในกระจก ถอดต่างหูเพชรเป็นประกายออกอย่างระมัดระวัง แล้วพูดยิ้มๆว่า “เธอเนี่ยนะ จะต้องดูซีรีส์โรแมนติกเยอะไปแน่ๆ ความรู้สึกและงานแต่งไม่ใช่การบังคับมา ทำไมต้องใช้อำนาจของตัวเอง มาบังคับคนอื่นเขาจนขยับไม่ได้ละ? ในวงการบันเทิงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนทำเรื่องแบบนี้ สุดท้ายก็หย่ากันไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”
พูดแล้ว กู้ชิวอี๋ก็พูดอย่างจริงจังมากๆว่า “วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันจัดงานวันเกิดให้เย่เฉินหลังจากที่ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้ ฉันไม่ได้อยากใช้โอกาสนี้มาบังคับเขาแต่งงาน ฉันเพียงแค่อยากบอกกับเขาด้วยตัวเองในวันเกิดของเขา ว่าหลายปีมานี้ฉันมีความรู้สึกยังไงกับเขา อีกอย่างฉันก็ตอบตกลงกับเขาไปแล้ว ว่ารอเขาสามปี ถ้าหากว่าฉันเรียกชื่อเขาในงานตอนนี้ ถามเขาว่าจะทำตามสัญญาเมื่อไหร่ นั่นก็คือตัวฉันเองที่กลับคำ”
เฉินตัวตัวพูดอย่างหดหู่ว่า “แต่ว่าการสารภาพรักในวันนี้ของเธอนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ แล้วยังจะออกจากวงการบันเทิงอีก เธอเสียสละเพื่อเขามากขนาดนี้ ถ้าหากไม่ตามติดเขาสักหน่อย แล้วถ้าหากเขากลับคำเธอจะทำยังไง? ถ้าหากหลังจากนี้สามปีเขาม่ทำตามสัญญาเธอจะทำยังไง?”
กู้ชิวอี๋พูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าหากเขาไม่สามารถทำตามสัญญาได้จริงๆ ฉันก็จะไม่โทษเขา”
เฉินตัวตัวรีบถามว่า “เธอไปคืนนี้เลย?”
“ใช่แล้ว” กู้ชิวอี๋พูด “งานคอนเสิร์ตจบแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีธุระอะไรของฉันแล้ว เธออยู่ที่นี่ติดตามผลกับบริษัทผู้บริหาร ฉันกลับเย่นจิงไปก่อน เตรียมความพร้อมของงานคอนเสิร์ตงานหน้า”
เฉินตัวตัวพูดว่า “นั่นก็ไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นเครื่องไปดึกขนาดนี้หรอกมั้ง พักผ่อนสักคืน แล้วค่อยไปพรุ่งนี้ก็เหมือนกันนี่นา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...