เย่เฉินยิ้มเอ่ยว่า: “เครื่องบินลำธรรมดาอาจจะต้องใช้เวลาสิบชั่วโมง แต่เครื่องบินคองคอร์ดแค่ห้าชั่วโมงก็พอแล้ว”
“แม่เจ้า...” ฮามิดสบถอย่างตกตะลึง: “เครื่องบินคองคอร์ดนายก็มีด้วยงั้นเหรอ ฉันนี่ขอก้มกราบนับถือเลย...”
เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ: “ไม่ใช่ของผมหรอก ยืมมาน่ะ”
ฮามิดเอ่ยต่อ: “ได้เจอเครื่องบินที่เจ๋งขนาดนี้ก็ถือว่ามีความสามารถ!”
เย่เฉินหัวเราะโดยไม่ปฏิเสธ เอ่ยว่า: “คุณตั้งนาฬิกาปลุกห้าชั่วโมงไว้ได้เลย รีบเข้าพักผ่อนเถอะ พวกเราเจอกันในอีกห้าชั่วโมง”
“โอเค!” ฮามิดเอ่ยด้วยความตื่นเต้นสุดขีด: “อีกห้าชั่วโมงเจอกัน!”
ไม่นานเครื่องบินคองคอร์ดก็ บินเข้าสู่ท้องฟ้าที่สูงหมื่นกว่าเมตรโดยมีแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกด้วยความเร็วสูง
……
หลังผ่านไปสี่ชั่วโมง เครื่องบินคองคอร์ดก็ได้ลงจอดยังสนามบินเบรุต เลบานอนอย่างมั่นคง
ผู้ที่มารอรับเย่เฉินที่สนามบินเบรุต ก็ยังคงเป็นลูกน้องของเย่โจงฉวนในครั้งนั้น ที่ชื่อว่าหานกวางเย่า
เย่เฉินเพิ่งลงจากเครื่องบิน หานกวางเย่าก็รีบเดินมุ่งหน้าเข้ามา พร้อมเอ่ยอย่างสุภาพ: “คุณชาย ลำบากคุณแล้วนะ”
เย่เฉินโบกไม้โบกมือ: “ไม่ลำบาก เตรียมเครื่องบินเรียบร้อยแล้วหรือยัง? จะออกเดินทางได้ตอนไหน?”
สิ้นเสียง หานกวางเย่าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเขา: “คุณชาย คุณท่านให้ผมมาถามคุณแทนท่านว่า คุณได้เตรียมแผนการถอนตัวล่วงหน้าไว้หรือยัง? ซีเรียในตอนนี้ เข้าง่ายแต่ออกยากนะครับ!”
เย่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจในตัวเอง พร้อมเอ่ยอย่างจริงจังว่า: “วางใจได้ ฉันมีแผนการของตัวเองน่า”
สำหรับเย่เฉินแล้ว ถ้าต้องการพาซูโสว่เต้าออกจากซีเรีย มีสองวิธี
วิธีที่หนึ่ง คือพาเขาแอบแฝงตัวออกมาตลอดทาง แต่ทำแบบนี้มันลำบากเกินไป อีกทั้งยังมีความเสี่ยงมากอีกด้วย เส้นทางภูเขาสิบกว่ากิโลเมตร พาตัวซูโสว่เต้าออกมา แถมยังห้ามให้ทหารรอบๆ จับได้อีก ทั้งเหนื่อยและยากเป็นอย่างยิ่ง
อีกวิธีหนึ่ง คือให้ฮามิดจัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ออกมา ทว่าความอันตรายของวิธีนี้มากกว่า เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์บินต่ำและช้ามาก เอฟไอเอ็ม-92 สติงเจอร์แบกไหล่แม้จะยิงเครื่องบินชนิดปีกตรึงยาก ทว่าหากเปลี่ยนเป็นยิงเฮลิคอปเตอร์ละก็ แทบจะยิงแม่นทุกนัด ไม่แน่เมื่อออกบินแรกๆ อาจถูกเอฟไอเอ็ม-92 สติงเจอร์แบกไหล่ของฝ่ายนั้นจับจ้องไว้ก็เป็นได้
ดังนั้น เย่เฉินคิดไปคิดมา คิดว่าวิธีที่ตนจะนำซูโสว่เต้าออกมาได้นั้นมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือทำเหมือนที่พาเฮ่อจือชิวออกไปครั้งก่อน จับผู้บังคับบัญชาสูงสุดฝ่ายตรงข้าม จากนั้นก็อ้างคำสั่งของของเจ้านายไปควบคุมสั่งการผู้อื่นตามประสงค์ของตนเอง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...