สามชั่วโมงต่อมา ทหารลาดตระเวนของฮามิดรายงานข่าวว่ากองทัพของรัฐบาลเริ่มถอนกำลังแล้ว
ทหารราบส่วนใหญ่นั่งยานพาหนะจากไปแล้ว ปืนใหญ่และรถหุ้มเกราะก็ได้ถอนกำลังไปเมืองหลวงแล้ว มีเพียงทหารไม่กี่คนเท่านั้นที่กำลังเก็บกระโจม บ้านสำเร็จรูปและเสบียงอื่น ๆ
ขณะเวลานี้ ผู้ช่วยของฮามิดมารายงานว่ามีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งกำลังเข้าใกล้ฐานทัพ
ฮามิดรู้ว่าจะต้องเป็นซัยยิตที่มาลงนามข้อตกลงสงบศึก ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ผู้ช่วยของตนเองว่าหลังจากที่อีกฝ่ายมาถึงแล้ว ให้พาเขาไปที่กองบัญชาการของตนเองโดยตรง
ไม่นาน ทหารหลายคนพาซัยยิตและเฉินจงเหล่ยไปที่กองบัญชาการ
เมื่อเห็นเย่เฉิน ซัยยิตโค้งคำนับและกล่าวว่า “อาจารย์เย่ ต้องขอโทษด้วย ที่ปล่อยให้คุณรอนาน!”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร สถานการณ์ทางฝ่ายพวกคุณเป็นอย่างไรบ้าง?”
ซัยยิตรีบกล่าวว่า “พวกเราได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของสำนักว่านหลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้รวบรวมหลักฐานไว้มากมาย และส่งมอบให้สำนักข่าวและอยู่ในขั้นตอนตัดต่อคลิปวิดีโอ จากนั้นก็จะทำการแจกจ่ายไปทั่วโลก”
หลังจากนั้น เขาก็รีบหยิบกระดาษ A4 กองหนาออกมายื่นให้เย่เฉิน และกล่าวด้วยความนอบน้อมว่า “อาจารย์เย่ นี่คือคำสารภาพของเฉินจงเหล่ย”
เย่เฉินรับกระดาษที่หนามา แต่ยังไม่เปิดทันที แต่กลับเอ่ยปากถามเขาว่า “ซัยยิต คุณนำข้อตกลงการสงบศึกมาไหม?”
“เอามาครับ!” ซัยยิตหยิบเอกสารอีกฉบับหนึ่งออกมาและส่งให้เย่เฉินอย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้ฮามิดอีกหนึ่งฉบับและกล่าวว่า “นี่คือแบบข้อตกลงสงบศึกของพวกเรา จอมพลฮามิดสามารถอ่านดูก่อน ส่วนอาจารย์เย่ไม่เข้าใจภาษาอาหรับ ดังนั้นผมจะอธิบายให้คุณฟังเอง”
ดังนั้น เขาจึงถามฮามิดว่า “จอมพลฮามิด คุณมีความคิดเห็นอะไรไหม?”
ฮามิดส่ายศีรษะต่อเนื่องและกล่าวว่า “ผมไม่มีความคิดเห็นอะไร!”
เย่เฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “ในเมื่อไม่มีใครคัดค้าน งั้นตกลงตามนี้ พวกคุณลงนามเถอะ”
ทั้งสองกล่าวพร้อมกันว่า “โอเค!”
เย่เฉินถือโอกาสตอนที่พวกเขาสองคนกำลังเตรียมเซ็นสัญญา พลิกดูบันทึกของเฉินจงเหล่ยที่อยู่ในมือ ตอนแรกเขาไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดปกติ แต่นึกไม่ถึงว่าเนื้อหาข้างในนั้น ยิ่งอ่านมากเท่าไรยิ่งทำให้เขาตกใจมากขึ้นเท่านั้น!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...