ตาของเย่เฟิงแทบหลุดออกจากเบ้าอยู่แล้ว
เขามองไปยังเย่ฉางหมิ่นที่มีใบหน้าทั้งเกรงและกลัว และบ่นในใจว่า“นี่ยังเป็นคุณอาผู้เย่อหยิ่งจองหองและไม่มีใครในเย่นจิงไม่รู้จักอีกหรอ ยังเป็นอาที่ไม่มีใครรู้จักอีกหรอ?เธอในเมื่อก่อน ผมเธอหายไปแม้แต่เส้นเดียวยังต่อสูงกับอีกฝ่ายสุดตัว แต่เสียเปรียบเย่เฉินขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่มีความคิดเคียดแค้น?”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ถามอย่างไม่พอใจว่า“คุณอาครับ หรือคุณอาไม่รู้สึกว่าที่เย่เฉินต่อกรกับคุณอาในตอนนั้น มันทำเกินไป?หรือคุณอาไม่รู้สึกโกรธเย่เฉินบ้างเลย?”
เย่ฉางหมิ่นถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วพูดอย่างจริงจังว่า“ฉันไม่ใช่ ฉันไม่ได้ แกพูดบ้าอะไรน่ะ……”
คางของเย่เฟิงแทบตกลงพื้น เขาจ้องมองเย่ฉางหมิ่นอย่าอ้าปากตาค้าง เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่า ตนอยากหลอกถามเธอสักหน่อย ใช้วิธีจุดไฟความโกรธของเธอที่มีต่อเย่เฉิน แต่ใครจะรู้ว่า แต่เธอกลับปฏิเสธติดต่อกันหลายครั้ง……
ในเวลานี้เองเย่เฉินรู้สึกทุกข์ใจมาก เขารีบมองไปที่เย่ฉางโคงผู้เป็นพ่อ หวังว่าเย่ฉางโคงจะสามารถลุกขึ้นมาช่วย
แต่ว่า เย่โจงฉวนกลับไม่ให้โอกาสเขาเลย
สีหน้าของเย่โจงฉวนในตอนนี้ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“เสี่ยวเฟิง เย่เฉินเป็นน้องชายของแก ฉันไม่สนใจว่าแกจะคิดยังไงกับเขา แกจะต้องแสดงความเป็นพี่ชายของตัวเองออกมา แกต้องต้อนรับ และกลมเกลียวกัน”
พูดจบ เขาก็มองไปยังคนอื่นๆ แล้วพูดอย่างเฉียบขาดว่า“พวกแกก็เหมือนกัน!”
เย่เฟิงไม่กล้าพูดอะไรอีก เขาได้เพียงแต่พยักหน้าอย่างไม่พอใจ“ผมเข้าใจแล้วครับคุณปู่”
เย่โจงฉวนกล่าวอย่างเย็นชา“อีกหนึ่งชั่วโมงกว่าเฉินเอ๋อจะเดินทางมาถึงแล้ว แกรีบไปเตรียมตัวเร็วเข้า ไปรับน้องชายของแกกลับมา!”
“ผม?”เย่เฟิงถามด้วยสีหน้าแปลกใจ“จะให้ผมไปรับที่สนามบิน?”
“ก็ใช่น่ะสิ!”เย่โจงฉวนกล่าว“เฉินเอ๋อพูดในสายว่าเขาอยากไปตระกูลกู้ก่อน แต่เขาจากบ้านไปนานหลายปี ในที่สุดก็กลับบ้านสักที พอเครื่องลงจอดก็น่าจะมาที่ตระกูลเย่ จะเป็นตระกูลกู้ได้ยังไง!เพราะฉะนั้นแกพาคนไปรับที่สนามบินหน่อย พูดเกลี้ยกล่อมเขาดีๆ รับเขากลับมาที่ตระกูลเย่”
“ยังมีคุณท่านอีก เอาแต่ปกป้องเย่เฉิน หรือว่าอยากให้เย่เฉินกับฉันคอยถ่วงดุลกันในตระกูลเย่?”
“เป็นแค่เศษสวะที่ใช้ชีวิตพเนจรอยู่ข้างนอกมายี่สิบปี คู่ควรเป็นพี่น้องกับเย่เฟิงคนอย่างฉันงั้นหรอ?!”
“ไม่รู้ว่าคุณปู่เห็นความดีงามของมันตรงไหน หรือว่าเป็นเพราะเขามีสัญญาเกี่ยวดองกับตระกูลกู้?!”
เย่เฟิงในตอนนี้ ถึงแม้จะไม่สบอารมณ์และโกรธแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณปู่
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนความโกรธ แล้วตอบตกลง“ได้ครับคุณปู่ งั้นผมขอไปเตรียมตัวไปรับเขา ก่อนนะครับ”
เย่โจงฉวนพยักหน้าเบาๆ แล้วมองไปที่เย่เห้าลูกชายคนโตของเย่ฉางหยุน แล้วสั่งว่า“เห้าเห้าแกก็ไปด้วยกันซะสิ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...