คำถามของเย่เฉิน ทำให้เย่เทียนเสี่ยวเงียบกริบในทันที
คนอื่นๆที่ยังคงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอันชอบธรรมเมื่อกี้นี้ ในเวลานี้พวกเขาทั้งหมดทรุดตัวลงในทันที
อันที่จริงในใจของพวกเขาก็รู้ดีเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาหนีออกจากเย่นจิงชั่วข้ามคืน ก็ไม่คำนึกถึงไมตรีจิตความรักใคร่ที่มีต่อกันกับตระกูลเดียวกัน และก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่แม้แต่น้อย
ดังนั้นในเวลานี้เย่เฉินโกงพวกเขาตรงหน้าว่านพั่วจวิน พวกเขาก็ทำได้เพียงทนฝืนกล้ำกลืนความโกรธนี้เอาไว้
แต่ว่า ในเวลานี้พวกเขาแต่ละคนก็เกลียดเย่เฉินในใจอย่างบ้าคลั่งแล้ว
มองดูท่าทีของพวกตระกูลเดียวกัน ก็เหมือนกับจะกินตัวเอง เย่เฉินไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด แต่กลับดูร่างเริงสุขใจ ก็ทำให้คนพวกนี้โกรธจนกระอักเลือด
หลายคนแอบคิดภายในส่วนลึกของหัวใจว่า รอหลังจากเหตุการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อนี้ผ่านไป จะต้องหาทางสั่งสอนเย่เฉินดีๆ!
ในเวลานี้ว่านพั่วจวินเอ่ยปากแสดงท่าที: “ฉันคิดว่าหกสิบงวด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยแบบนี้ คนอย่างพวกแกก็ไม่ต้องมีแรงกดดันทางการเงินมากเกินไป!”
จากนั้น เขาโบกมือโดยไม่ลังเล และอ้าปากพูดว่า: “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกแกทั้งหมดก็เซ็นข้อตกลงผ่อนชำระหกสิบงวด สัญญาทั้งหมดจะเซ็นชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว! ตามนี้ละกัน ไขว่คว้าเวลาทำให้เสร็จ!”
สมาชิกตระกูลย่อยของตระกูลเย่ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็คร่ำครวญทันที
ผ่อนชำระหกสิบงวด อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยแบบนี้ สุดท้ายสิ่งที่ส่งมอบให้สำนักว่านหลง ก็ไม่ใช่ทรัพย์ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นอย่างน้อยเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!
ข้อดีเพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่ในนั้นก็เป็นการผ่อนชำระเป็นงวด ถึงแม้จะดอกเบี้ยจะสูงมาก แต่ก็ยืดเวลาให้มากกว่า เทียบเท่ากับว่าหาเงินไปด้วยใช้หนี้ไปด้วย
ต่อมา เย่เฉินมองดูพวกสมาชิกสาขาตระกูลย่อยของตระกูลเย่ และเอ่ยปากพูดว่า: “ผมกังวลว่าในอนาคตไม่กี่ปีพวกเขาจะเพราะว่ากิจการไม่ดี ดังนั้นไม่สามารถชำระเงินงวดนี้ต่อไปได้ ถึงเวลาพวกเขาจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม สำนักว่านหลงก็ทำอะไรไม่ได้”
“อีกอย่าง ผมยังกังวลว่าพวกเขาจะโอนย้ายทรัพย์สินหนีไปอย่างเงียบๆ ถ้าหากพวกเขาหนีไปจริงๆ เกรงว่าชั่วขณะหนึ่งสำนักว่านหลงจะจัดการพวกเขาได้ยากจริงๆ”
“แต่ว่า ถ้าหากมีสัญญา ตราบใดที่พวกเขามีการเปลี่ยนอะไรก็ตาม ผมก็สามารถปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของสำนักว่านหลงผ่านช่องทางทางกฎหมาย ถึงเวลานั้นผมสามารถยื่นสัญญาต่อศาลโดยตรงได้ ขออายัดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขา ให้พวกเขาเอาเงินไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว!”
“ไม่เพียงเท่านั้น ถึงเวลานั้นผมยังสามารถยื่นคำร้องการบังคับคดีตามกฎหมายต่อศาล ในเวลานั้นทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขาจะถูกยึดเพื่อประมูลโดยตรง ค่อยนำเงินก้อนนี้คืนให้กับสำนักว่านหลง”
“ดังคำกล่าวที่ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ แบบนี้ โดยพื้นฐานก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...