สมิธในตอนนี้ไม่รู้เลยว่า แม้แต่โอกาสที่เว่ยเลี่ยงให้เขาคุกเข่าก็ไม่มีแล้ว
ขณะเดียวกันทางด้านเว่ยเลี่ยง ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างทางบินกลับไปที่เมืองจินหลิง
แม้ว่าเครื่องบินส่วนตัวลำนี้ของเย่เฉินจะไม่เร็วเท่าเครื่องบินคองคอร์ด แต่การตกแต่งข้างในก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเครื่องบินคองคอร์ดเลย ห้องพักผ่อนบนเครื่องยังหรูหรากว่าห้องพักในโรงแรมระดับห้าดาวเสียอีก ตลอดการเดินทางไม่รู้สึกถึงความลำบากเลยสักนิด
ทางด้านสมิธ พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ติดต่อเส้นสายตำรวจ ให้ช่วยสืบหาที่พักของเว่ยเลี่ยง
เขารู้แค่ว่าอีกฝ่ายชื่อเว่ยเลี่ยง แต่ไม่รู้ว่าสะกดเป็นภาษาอังกฤษยังไง ดังนั้นจึงหาไม่เจอแถมยังเสียแรงไปเปล่าๆอีกด้วย
ต่อมาเพื่อนตำรวจจึงใช้มาตรการ ดึงสถิติข้อมูลของนักท่องเที่ยวเพศชายสัญชาติหัวเซี่ยที่ทำเรื่องเข้าพักในโรงแรมเมื่อวานออกมาทั้งหมด และให้สมิธนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์คอยดูทีละภาพ ใช้เวลาดูหนึ่งชั่วโมงติดๆ ในที่สุดก็แน่ใจแล้วว่าเว่ยเลี่ยงพักอยู่ที่โรงแรมไหนและเลขห้องอะไร
เพื่อนตำรวจช่วยโทรติดต่อโรงแรมให้ จากนั้นก็ตบบ่าสมิธ พูดยิ้มๆว่า “นายไม่ต้องกังวลนะ ฉันถามโรงแรมแล้ว เจ้าหนุ่มที่ชื่อเว่ยเลี่ยงนี่จองห้องพักไว้หนึ่งอาทิตย์ เพราะฉะนั้นแล้วเขาไม่ไปจากที่นี่ในเร็วๆนี้แน่”
สมิธถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รีบเอ่ยว่า “ขอบใจมากพีท ไว้วันหลังฉันจะพานายไปดื่มนะ!”
อีกฝ่ายพูดยิ้มๆกลับมาว่า “ไม่ต้องเกรงใจ ว่าแต่อยากให้ฉันไปด้วยหรือเปล่า?”
สมิธโบกมือ “ไม่ต้องๆ ฉันไปขอโทษเขานะ ถ้าพาตำรวจไปด้วย อีกฝ่ายจะคิดว่าฉันพาไปข่มขู่เขาล่ะสิไม่ว่า”
“โอเค” อีกฝ่ายพยักหน้า เอ่ยขึ้นมาว่า “งั้นฉันจะเปรยๆกับทางผู้จัดการโรงแรมไว้ให้แล้วกัน เผื่อโรงแรมไม่ให้นายเข้า”
“ได้!”
สมิธออกมาจากสถานีตำรวจ ขับรถมุ่งตรงไปยังโรงแรมที่เว่ยเลี่ยงเข้าพัก
เพียงแต่ว่าเสียงออดดังอยู่นานสองนาน แสงไฟในตาแมวก็ไม่วูบไหวเลยสักที
สมิธเริ่มแปลกใจ คิดในใจว่า “หรือว่าเว่ยเลี่ยงหลับอยู่? แต่เสียงออดดังถี่ขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนขี้เซาก็น่าจะตื่นแล้วนะ”
คิดมาถึงตรงนี้ สมิธก็ทำได้เพียงกดออดต่อไป พร้อมกันนั้นก็เคาะประตูไปด้วย ตะโกนออกไปเสียงดังว่า “คุณเว่ย ผมเอง สมิธ ไม่ทราบว่าคุณหลับอยู่หรือเปล่า?”
ภายในห้องก็ยังไม่มีการตอบกลับเหมือนเดิม
สมิธลูบคาง “แปลกจัง…...นี่อย่าบอกนะว่าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน? แบบนั้นมันเด็กเกินไปหรือเปล่า?”
สมิธทำอะไรไม่ได้ นอกจากเคาะประตูต่อไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...