ในตอนนี้เอง ประตูห้องข้างๆก็ถูกเปิดออกมาโดยผู้ชายกล้ามใหญ่ปลือยท่อนบนสบถด่าอย่างโมโหว่า “นายอยากตายหรือไง? มาเคาะประตูอะไรตั้งแต่เช้า? เดี๋ยวตีหัวแตกเลย!”
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายไว้เคราใส่กางเกงยีนคลาสสิค สมิธก็รีบเอ่ยขอโทษ “ขอโทษครับๆ ผมจะเบาๆ….”
ผู้ชายกล้ามใหญ่กัดฟัน “เบาๆงั้นเหรอ? ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้านายกล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ฉันเตะตูดนายแน่!”
สมิธรีบเงียบปาก ยกมืออย่างนอบน้อม ด้วยสีหน้าท่าทางหวั่นกลัว
อีกฝ่ายยอมปล่อยเขาไป แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง
สมิธทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าห้องเว่ยเลี่ยง พึมพำในใจว่า “เคาะประตูไม่ได้ งั้นนั่งรอเว่ยเลี่ยงอยู่ตรงนี้ก็ได้ใช่ไหม? ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเว่ยเลี่ยงจะหลบฉันได้ตลอด จะไม่ออกมาทานข้าวเช้าเลยหรือไง? นี่มันชั้นยี่สิบสองเลยนะ เขาคงไม่ปีนหน้าต่างลงไปหรอกใช่ไหม……”
เมื่อตัดสินใจได้แน่วแน่ สมิธก็นั่งรออยู่หน้าห้องเว่ยเลี่ยง ต่อให้ท้องจะร้องโครกครากเขาก็ไม่กล้าลุกไปไหน
ขณะเดียวกัน เขาก็เอาแต่โทรหาเว่ยเลี่ยงซ้ำๆ แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าจะโทรไปตอนไหนอีกฝ่ายก็ปิดเครื่องอยู่ตลอด
ในระหว่างนี้เขาก็ไหว้วานให้พนักงานโรงแรมลองโทรเข้าโทรศัพท์ในห้องของเว่ยเลี่ยงช่วยอีกแรง ทว่าคำตอบที่ได้รับคือยังไม่มีคนรับเหมือนเดิม
สมิธรอจนถึงตอนเที่ยง ในตอนนี้เอง เครื่องบินที่เว่ยเลี่ยงโดยสารก็ลงจอดที่สนามบินเมืองจินหลิงในช่วงค่ำ
ทั้งสองประเทศเวลาต่างกัน12ชั่วโมง ดังนั้นทางเมืองจินหลิงในขณะนี้จึงเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี
สมิธตอบกลับว่า “ก็หน้าห้องคุณไง โรงแรมฮิลตันห้อง2208 ผมอยู่หน้าประตูแล้ว รอคุณมาทั้งเช้าเลย คุณเว่ย ขอร้องล่ะเปิดประตูให้ผมได้ขอโทษคุณต่อหน้าเถอนะ!”
เว่ยเลี่ยงหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า “แต่ว่าผมไม่ได้อยู่ที่โรงแรมฮิลตันแล้วไง ผมกลับหัวเซี่ยแล้วล่ะครับ”
“อะไรนะ?!” สมิธอึ้ง เอ่ยพูดขึ้นว่า”คุณเว่ยกำลังล้อผมเล่นหรือเปล่า? คุณเพิ่งมาอเมริกาไม่ใช่เหรอ? ทำไมกลับหัวเซี่ยซะแล้วล่ะ?”
เว่ยเลี่ยงหัวเราะหึออกมา “ตอนแรกผมก็ว่าจะไปทำธุระที่อเมริกาจริงๆนั่นแหละครับ ประเด็นว่าจะไปหาคุณสมิธให้ช่วยแก้ปัญหาการวางขายยาเกิดใหม่เก้าเสวียนในตลาดอเมริกา แต่คุณก็รู้ คุณเป็นคนปฏิเสธผมเอง แล้วผมจะอยู่อเมริกาต่อไปทำไม? ผมก็ทำได้แค่กลับมารายงานกับเจ้านายผมเท่านั้นแหละ”
“ไม่ใช่…..” สมิธคิดว่าเว่ยเลี่ยงกำลังปั่นหัวเขา จึงพูดว่า “คุณเว่ย ผมรู้ว่าคุณคงโกรธผมมาก ผมรู้สึกผิดจริงๆ ที่คุณพูดมาก็ถูก ผมมันก็แค่กบในกะลา ตอนนี้ผมสำนึกได้แล้วว่าผมผิด ถ้าคุณจะต่อยผม ด่าผม ผมก็จะไม่ว่าเลยสักนิด ขอแค่คุณให้อภัยคนอย่างผม ให้โอกาสผมได้แก้ตัว…..”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...