เมื่อได้ยินเรื่องนี้ สมิธกล่าวกับเย่เฉินว่า “คุณเย่ เรื่องนี้ผมไม่สามารถรับปากคุณได้ทันที แต่ผมจะพยายามหาวิธีดำเนินการเพื่อให้บรรลุ”
เมื่อเย่เฉินได้ยินคำตอบของเขา ก็เข้าใจทันที
หากสมิธไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง เขาจะไม่มีความสามารถที่จะดำเนินการเพื่อให้เรื่องนี้บรรลุด้วยซ้ำ
เนื่องจากในเมื่อกล่าวว่าจะพยายามหาวิธีดำเนินการเพื่อให้บรรลุ ดังนั้นผู้ที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเขาจะต้องเป็นรัฐบาลกลางอย่างแน่นอน
ดังนั้น เย่เฉินจึงกล่าวอีกว่า “นอกจากนั้น ผมยังขอให้ FDA เปิดไฟเขียวให้ยาทั้งหมดในอนาคตของบริษัทผลิตยาเก้าเสวียน แต่ผมจะไม่ทำให้คุณลำบากใจ โดยจะไม่ให้พวกคุณปล่อยผ่านโดยไม่มีการตรวจสอบใด ๆ เพียงแต่พวกคุณสามารถอนุมัติเอกสารของพวกเราภายในหนึ่งเดือน”
สมิธรู้สึกว่าเรื่องนี้เขาสามารถตัดสินใจได้โดยตรง อย่างไรก็ตามเพราะแต่ละปี FDA นั้นได้ปล่อยผ่านผลิตภัณฑ์ยาไปไม่น้อย ถ้าจะให้โควตานี้กับบริษัทผลิตยาเก้าเสวียนนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ดังนั้น เขาจึงกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา คุณเย่วางใจได้”
เย่เฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “สำหรับเงื่อนไขที่สาม พวกคุณต้องเปิดเผยประสิทธิภาพที่แท้จริงของยาเกิดใหม่เก้าเสวียนต่อสาธารณชนทันที และพวกเราต้องการให้ FDA ออกหน้ารับประกันยาเกิดใหม่เก้าเสวียนไปทั่วโลก”
สมิธกล่าวโดยไม่ลังเลว่า “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ตอนนี้คนที่ใช้ยาเกิดใหม่เก้าเสวียนในสหรัฐอเมริกาคือลูกชายของผมคนเดียวเท่านั้น ผมสามารถเปิดเผยขั้นตอนการรักษาและผลลัพธ์ของลูกชายทั้งหมด”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เย่เฉินเปลี่ยนหัวข้อและกล่าวอย่างจริงจังว่า “อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าประเทศใดที่ต้องการนำยาเกิดใหม่เก้าเสวียนเข้าไปวางจำหน่ายในประเทศ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎของพวกเรา! มิฉะนั้น พวกเราจะไม่นำยาไปวางจำหน่ายในประเทศนั้น”
สมิธรีบกล่าวว่า “คุณเย่ ส่วนแบ่งการตลาดของสหรัฐอเมริกานั้นใหญ่มาก หากพวกคุณละทิ้งตลาดสหรัฐอเมริกาด้วยเหตุผลแค่นี้ โปรดอภัยถ้าผมจะกล่าวตามตรงว่า การตัดสินใจของคุณค่อนข้างจะเอาแต่ใจมากไปหรือเปล่า?”
“เอาแต่ใจ?” เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “บอกตามตรง ยาชนิดนี้ถูกจำกัดด้วยปัญหาทางกระบวนการผลิต และผลผลิตค่อนข้างน้อย! ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการขายในอนาคต ถ้ายาชนิดนี้ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดอเมริกา งั้นมีแต่พวกคุณสูญเสีย ไม่ใช่พวกเราสูญเสีย!”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เย่เฉินกล่าวอีกว่า “ถ้าใช้คำพูดของพวกคุณ พูดว่าอย่างไร อ้อ! มันเรียกว่า ‘I don't give a shit’!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...