เนื่องจากยาที่ใช้ทดสอบล้มเหลว คนทั้งห้องปฏิบัติการจึงตกอยู่ในความสิ้นหวัง
สาเหตุของความสิ้นหวังนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถเลียนแบบยาเกิดใหม่เก้าเสวียนได้ พวกเขาได้เลียนแบบทุกอย่างแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นค่อนข้างแตกต่าง
ตอนนี้ ทุกคนเจอทางตัน
เลียนแบบออกมาเหมือนกันทุกอย่างแล้ว แต่ยังไม่มีประโยชน์ แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะมีประโยชน์?
ร็อดเจอร์สตะลึงอย่างสมบูรณ์ เขาเดินไปมาพร้อมกับยาเลียนแบบ และกล่าวพึมพำว่า “แล้วต่อไปจะทำอย่างไร.....ต่อไปสามารถทำอย่างไร.....ผลิตยาออกมาเหมือนกันทุกอย่างแล้วแต่ยังใช้ไม่ได้ ต่อไปต้องทดลองในทิศทางอื่นหรือ?”
สีหน้าของนักวิจัยและพัฒนายาหลายคนเต็มไปด้วยผิดหวังเช่นกัน
พวกเขาทำงานแวดวงนี้มาหลายปีแล้ว และพวกเขาไม่เคยเจอเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้มาก่อน
สมิธคิดครู่หนึ่ง นึกอะไรขึ้นมาได้ และถามร็อดเจอร์สว่า “เป็นไปได้ไหมว่าบริษัทผลิตยาเก้าเสวียนมีกระบวนการที่แตกต่างกันในขั้นตอนเตรียมการผลิต?”
ร็อดเจอร์สแตะหน้าผากตนเองและถามว่า “มีความหมายเฉพาะอะไร?”
สมิธกล่าวว่า “ตัวอย่างเช่น พวกเขาต้มแล้วผึ่งให้แห้ง หรืออบให้แห้ง หรือตากแดดเป็นเวลาเจ็ด เจ็ด สี่สิบเก้าวัน อะไรประมาณนี้.......”
ร็อดเจอร์สถามด้วยความสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นเจ็ด เจ็ด สี่สิบเก้าวันล่ะ? นี่มันเป็นตรรกะอะไร?”
สมิธกล่าวว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ลูกสาวของผมกำลังอ่าน ไซอิ๋ว ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องราวในตำนานของจีน ที่เหล่าเซียนกลั่นเม็ดยา มักใช้ตัวเลขกำลังสอง เช่น เจ็ด เจ็ด สี่สิบเก้า หรือ เก้า เก้า แปดสิบเอ็ด.....”
สมิธกางมือและกล่าวว่า “ดังนั้นนี่ก็คือซวนซวน! หากมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก็คือวิทยาศาสตร์ นั่นเป็นเพราะไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงเรียกมันว่าซวนซวน”
ร็อดเจอร์สถามเขาว่า “งั้นความหมายของคุณคือต่อไปพวกเราจะให้ทีมต่าง ๆลองใช้วิธีการต่าง ๆในการเตรียมสูตรนี้ เช่นบางทีมต้มด้วยไฟแรง บางทีมต้มด้วยไฟอ่อน บางทีมผึ่งให้แห้งตามธรรมชาติ บางทีมอบด้วยอุณหภูมิสูง? หลังจากนั้นก็ให้พวกเขาลองใช้น้ำที่แตกต่างกัน เช่น บางทีมใช้น้ำฝน บางทีมใช้น้ำบาดาล บางทีมใช้น้ำที่ละลายจากหิมะบนภูเขา”
สมิธกล่าวด้วยความอึดอัดว่า “ผมรู้ ฟังดูแล้วมันแปลกประหลาด แต่ผมคิดว่าไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่านี้แล้ว ทำเนียบขาวได้ให้โอกาสที่ยิ่งใหญ่แก่พวกเรา พวกเราคงไม่สามารถประกาศความล้มเหลวในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันใช่ไหม? ถ้าเป็นเช่นนั้น ในสายตาของทำเนียบขาวแล้ว พวกเราก็ไม่แตกต่างไปจากคนขยะกลุ่มหนึ่ง?”
ร็อดเจอร์สอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา และกล่าวโพล่งออกมาว่า “สมิธ.....พวกเราทุกคนล้วนเป็นนักวิทยาศาสตร์ ให้นักวิทยาศาสตร์ทำเรื่องซวนซวนแบบนั้น มันเหมือนไม่เป็นมืออาชีพ........”
สมิธกล่าวว่า “ไม่มีทางเลือก ก็ต้องกัดฟันทำ มิเช่นนั้นจะให้ทำอย่างไรล่ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...