เมื่อเย่เฉินบอกว่าจะตั้งกฎของเกมในอ่าวเอเดนชุดหนึ่งและบีบคั้นให้โจรสลัดเหล่านั้นเล่นตามกฎชุดนี้อย่างเคร่งครัด ว่านพั่วจวินเข้าใจรูปแบบการทำงานของเย่เฉินอย่างสมบูรณ์
การเป็นผู้ที่มีหมัดแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคแห่งหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผู้ที่มีหมัดหนักที่สุดนั้น ไม่แน่ว่าจะสามารถทำให้ทุกคนทำในสิ่งที่เขาต้องการได้
ถ้าหากสามารถกลายเป็นผู้ตั้งกฎในภูมิภาคแห่งหนึ่งได้ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ยอมก็ตาม ก็ต้องทำงานตามกฎของเขา ถ้าอย่างนั้นในอันดับนี้ ก็จะสูงหนึ่งชั้นอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น เขาจึงพูดกับเย่เฉินด้วยความเคารพในทันทีว่า: “คุณเย่ ความหมายของคุณผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
……
ในเวลาเดียวกัน โจรสลัดคนอื่นในอ่าวเอเดนก็ตื่นตระหนกกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา
ผู้นำองค์กรโจรสลัดเกือบทั้งหมด ก็เรียกเรือสปีดโบ๊ททั้งหมดกลับมาจากทะเลโดยไม่ได้นัดหมาย
เพราะว่าพวกเขากลัวว่าเรือสปีดโบ๊ทลำไหนไม่ระวังก็หาเรื่องสำนักว่านหลงอีก ดังนั้นในเวลานี้ ยอมหยุดการปล้นสะดมทั้งหมด ก็จะต้องไม่มีอันตรายที่ซ่อนอยู่หลงเหลือแล้ว
มีคนถามกลับว่า: “พวกเรายังต้องกินข้าวถ้วยนี้ในอนาคต ก็จำเป็นต้องจี้ปล้นเรือพาณิชย์ต่อไป ฉันยินยอมที่จะหลบเลี่ยงพวกคนชั่วร้ายอย่างสำนักว่านหลง แต่ในความเป็นจริงตอนที่กระทำจะหลบยังไง? ฉันก็คงจะให้ลูกน้องไปถามก่อนจี้ปล้นเรือว่าใช่การคุ้มกันของสำนักว่านหลงหรือเปล่าไม่ได้หรอกนะ? ถ้าเกิดทุกคนบอกว่าเป็นการคุ้มกันของสำนักว่านหลง งั้นพวกเขายังจะทำบ้าอะไร?”
คนก่อนหน้านี้ทอดถอนหายใจพยักหน้าพูดว่า: “นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าสำนักว่านหลงผูกขาดธุรกิจคุ้มกันทั้งหมดจริงๆ นั่นก็หมายความว่าไม่เหลือทางรอดให้ทุกคน ถึงเวลานั้นฉันว่าพวกเราก็ต่อสู้กับพวกเขาดีกว่า! แต่ว่า ถ้าหากสำนักว่านหลงไม่ได้ผู้ขาดธุรกิจนี้ งั้นพวกเราก็ต้องมีวิธีไปตรวจสอบ เรือลำไหนที่สำนักว่านหลงคุ้มกันกันแน่ ตราบใดที่เป็นเรือที่สำนักว่านหลงคุ้มกัน พวกเราอยู่ห่างจากพวกเขาหน่อยก็พอ!”
หัวหน้าโจรสลัดที่ถามคำถามนี้เห็นพ้องต้องกันว่า: “ดังนั้นเรื่องนี้ พวกเราต้องคิดหาทางติดต่อกับสำนักว่านหลง แสดงความเคารพที่พวกเรามีต่อพวกเขาก่อน ต่อจากนั้นพยายามบรรลุข้อตกลงไม่รุกล้ำซึ่งกันและกันกับพวกเขา จากนี้ไปเรือที่สำนักว่านหลงคุ้มกัน พวกเราไม่ไปแตะต้องก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? ทุกคนคิดว่าไง?”
คำพูดของหัวหน้าโจรสลัดคนนี้ ก็กระตุ้นให้ทุกคนเห็นด้วยในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...