เฟ่ยเข่อซินถูกท่าทีของเย่เฉินหลอกแต่ไม่รู้เรื่องเลย
เธอในตอนนี้รู้สึกได้เพียงว่า เย่เฉินเป็นดั่งเทวดา กระตือรือร้นและจริงใจต่อตนมาก
เมื่อเห็นแววตาที่จริงใจของเย่เฉิน เฟ่ยเข่อซินเริ่มรู้สึกละอายใจที่หลอกลวงเย่เฉินมาตลอด
ชั่วครู่หนึ่ง ในใจของเธอเกิดวู่วามอยากจะสารภาพทุกอย่างกับเย่เฉิน
แต่พอคิดดูแล้ว คุณปู่ยังคงรอยาอายุวัฒนะเพื่อต่ออายุ ครั้นแล้วทำได้เพียงข่มแรงกระตุ้นเช่นนี้ลงไปอย่างไม่เต็มใจนัก
ในใจเธอแอบคิดว่า: “ถ้าคุณปู่สามารถประมูลยาอายุวัฒนะในงานประมูลได้ งั้นฉันต้องสารภาพผิดต่อคุณเย่ให้เร็วที่สุด ขอให้เขาอภัยให้……”
และตอนนี้ เย่เฉินเห็นเฟ่ยเข่อซินมองเขาอย่างเหม่อลอย และเอ่ยปากพูดว่า: “คุณจาน คุณเป็นอะไร?”
เฟ่ยเข่อซินกลับมารู้สึกตัว รีบพูดอย่างปิดบัง: “อ้อ ไม่มีอะไร……คุณเย่ งั้นฉันขอตัวไปก่อน……”
“ได้!” เย่เฉินพยักหน้า และพูดกำชับว่า: “จำไว้เลยนะ เจอปัญหาต้องโทรหาผม!”
“โอเค!” เฟ่ยเข่อซินพูดขอบคุณอีกครั้ง แล้วลงจากรถอย่างจำใจ
โบกมือลาเย่เฉิน หลังจากที่เห็นเย่เฉินขับรถออกไป เฟ่ยเข่อซินรีบกลับไปที่ห้องเพรสซิเดนสูทของตัวเอง
ขณะที่เธอกำลังเดินทางไปห้องเพรสซิเดนสูท ก็โทรแจ้งเฉินอิ่งซานรวมถึงคนอื่นๆ ให้มาประชุมที่ห้องของตน
เมื่อเธอกลับไปถึงห้อง นอกจากลั่วเจียเฉิง ผู้ติดตามทั้งหมดของเธอนั่งอยู่ตัวตรงในห้องประชุมเล็กๆของห้องเพรสซิเดนสูท
ขณะที่พูด เฉินอิ่งซานกล่าวอีกว่า: “คุณหนู ตอนนี้สิ่งที่ฉันกังวลใจที่สุดก็คือความปลอดภัยของท่าน คุณลั่วหายไป ความปลอดภัยของท่านก็ไม่สามารถรับประกันได้ ไม่งั้นคุณกลับไปสหรัฐอเมริกาก่อนเถอะ พวกเราจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อสำรวจต่อไป”
“ไม่ได้!” เฟ่ยเข่อซินโพล่งพูดออกมา: “ถ้าฉันกลับไปตอนนี้ การมาจินหลิงในครั้งนี้ก็เสียเปล่าแล้ว! ไม่ใช่แค่มาเสียเปล่า ยังพลอยทำให้คุณลั่วเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย……”
เฉินอิ่งซานพูดอย่างกังวลใจ: “คุณหนู คุณลั่วหายไป เป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่ายอาจจะเป็นท่านนะ! ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อไปเขาจะต้องลงมือกับท่านแน่นอน!”
เฟ่ยเข่อซินส่ายหน้า พูดอย่างจริงจังว่า: “ถ้าเขาจะลงมือกับฉัน ตอนนี้ฉันก็คงไม่อยู่ที่นี่หรอก”
เฉินอิ่งซานรีบถาม: “คุณหนู จากที่ท่านพูดเช่นนี้ อีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่คุณลั่วเหรอ?”
เฟ่ยเข่อซินบ่นพึมพำ: “ใช่ว่าจะต้องพุ่งเป้าที่คุณลั่วเสมอไป แต่ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้ยังไม่มีอันตรายอะไรกับฉัน ฉันคิดว่าในเมื่ออีกฝ่ายมีความสามารถขนาดนั้น และปล่อยฉันไป นั่นเป็นไปได้ว่าเขาสังเกตเห็นว่าพละกำลังของคุณลั่วนั้นไม่เลว คิดว่าเขาเป็นภัยคุกคามอยู่ในจินหลิง ดังนั้นจึงลงมือกับเขา……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...