เมื่อเห็นหม่าหลันทิ้งความคิดที่จะไปอเมริกาไว้ข้างหลัง จึงพูดกลั้วะยิ้มขึ้นมาว่า “แม่ครับ ผมเคยหลอกให้แม่ดีใจด้วยเหรอ? แม่ไม่ต้องห่วงตราบใดที่แม่ยอมรักษาตัวอยู่ที่เมืองจินหลิงดีๆ แม่จะได้รับเงินสดห้าหมื่นนี้ในทันที!”
หม่าหลันเอ่ยพูดอย่างดีอกดีใจ “ลูกเขย! แกต้องพูดจริงทำจริงนะ! แกพูดแล้วห้ามกลับคำเด็ดขาด!”
เย่เฉินพูดยิ้มๆ “แม่วางใจได้ ผมไม่กลับคำแน่นอน ก่อนผมกับชูหรันจะไปอเมริกา จะให้เงินแม่แน่ๆ!”
“ดี!”หม่าหลันเอ่ยพูดอย่างไม่ลังเล “ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ฉันไม่ไปอเมริกากับพวกแกให้ทรมานร่างกายแล้วก็ได้” เย่เฉินถอนหายใจออกมาโล่งอก เห็นได้ชัด ว่าเซียวชูหรันเองที่อยู่ข้างๆก็โล่งอกเหมือนกัน เหมือนกับว่าได้วางหัวใจที่แขวนไว้ตลอดลงสักที
ในตอนนี้เองเซียวชูหรันก็เอ่ยพูดกับเย่เฉินด้วยใบหน้าผ่อนคลายว่า “ที่รัก ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฉันให้คำตอบเคลลี่เลยแล้วกันนะ ว่าฉันจะไปเข้าร่วมMaster Classในครั้งนี้”
เย่เฉินพยักหน้า พูดยิ้มๆว่า “รีบให้คำตอบเธอเถอะ แล้วก็รีบเคลียร์ตารางงานล่ะ ผมจะได้จัดตารางเวลา และจองตั๋วเครื่องบินด้วย”
เซียวชูหรันรีบพยักหน้า เอ่ยพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ฉันจะไปโทรหาเธอเดี๋ยวนี้!”
พูดจบ ก็หยิบโทรศัพท์ วิ่งออกไปที่สวนย่างลิงโลด
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาพร้อมอาการกระดี๊กระด๊า เอ่ยพูดกับเย่เฉินว่า “ที่รัก ฉันยืนยันกับเคลลี่แล้ว วันที่28นี้เราก็ออกเดินทางได้!”
เมื่อได้ยินว่าเป็นวันที่28 เย่เฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เนื่องจากงานประมูลจัดขึ้นในวันที่25 ตัวเขาเองจะได้มีเวลาอยู่จนถึงงานจบพอดี
ดังนั้น เย่เฉินจึงพูดโดยไม่หยุดคิดว่า “ได้ งั้นผมจะจองตั๋ววันที่28 แล้วก็จองโรงแรมแถวๆโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ด้วย วันที่28จะได้ออกเดินทางเลย”
“เยี่ยม!” เซียวชูหรนกระโดดหมุนตัวไปรอบๆอย่างดีใจ เอ่ยพูดอย่างตื่นเต้นว่า “งั้นพรุ่งนี้ฉันเริ่มเก็บกระเป๋าไว้เลยดีกว่า!”
แต่ว่า ในเมื่อการไปโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์เป็นความฝันของภรรยา เพื่อให้ภรรยาสมปรารถนา เขาจึงทำได้เพียงเลือกไปด้วยกันกับภรรยา
ในมุมมองของเย่เฉิน ถ้าหากการไปอเมริกาในครั้งนี้ ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวของคุณตาคุณยาย แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่า ถ้าหากจำเป็นต้องติดต่อกันเพราะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตอนนั้นก็คงทำได้เพียงถามไถ่สารทุกข์พอเป็นมารยาท สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือต้องไม่ให้เซียวชูหรันรู้ก็พอแล้ว
เย่เฉินไปไหนมาไหนคนเดียวจนชิน แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นเป็นโรคกลัวสังคม แต่กระนั้นก็ค่อนข้างหลีกเลี่ยงกิจกรรมสังคมส่วนใหญ่อยู่ดี ถ้าต้องถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเหมือนคนใกล้ชิดทั่วไป สำหรับเขาแล้วมันอึดอัดมากๆ เขายอมไม่ต้องพบปะ ดีกว่าถามไถ่พอเป็นมารยาทเสียอีก
อีกอย่าง เย่เฉินรู้ดีอยู่แก่ใจ
เขารู้สึกว่า คุณตากับคุณยายเองก็คงไม่คุ้นเคยกับเขา มากไปกว่านั้นผ่านไปหลายปีขนาดนี้ คุณตากับคุณยายก็น่าจะเกิดความรู้สึกห่างเหินเหมือนกันกับเขานั่นแหละ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...