“อาจารย์เย่?” จางเอ้อเหมาหดคอของเขา ภาพแรกที่เข้ามาในความคิดของเขาคือตอนที่เมื่อเย่เฉินฆ่านักเลงหัวไม้เจิ้นหนานสองคนท่ามกลางสายฝน
ดังนั้น เขาจึงรีบถามว่า “พี่ขุย คุณ.....คุณรู้จักอาจารย์เย่?”
ต่งขุยประสานมือคำนับและกล่าวว่า “อาจารย์เย่ เป็นพี่ใหญ่ของลูกพี่ผม ท่านหงห้าน่านับถือเขาเป็นอย่างมาก แม้ว่าผมกับอาจารย์เย่จะสื่อสารทางจิตวิญญาณมาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่มีโอกาสได้รู้จักอาจารย์เย่”
เมื่อจางเอ้อเหมาได้ยินคำว่าสื่อสารทางจิตวิญญาณ เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาว่า “ฮ่าฮ่า”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ต่งขุยตบหัวเขาและด่าว่า “แม่งฉิบหายคุณหัวเราะอะไร! การที่ผมเลื่อมใสศรัทธาอาจารย์เย่แล้วมันมีปัญหาอะไร?”
จางเอ้อเหมารีบกล่าวว่า “พี่ขุย การที่คุณเลื่อมใสศรัทธาอาจารย์เย่มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่คำว่าสื่อสารทางจิตวิญญาณนั้นไม่เหมาะสม เพราะคำว่าสื่อสารทางจิตวิญญาณนั้นต้องใช้กับคนสองคนที่มีสถานะ ตำแหน่ง และรูปแบบต่าง ๆ ที่คล้ายกัน.......”
เมื่อต่งขุยได้ยินประโยคนี้ เขารีบกล่าวว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว นอกจากผมเลื่อมใสศรัทธอาจารย์เย่แล้ว ที่เหลือก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก!”
หลังจากนั้น เขามองจางเอ้อเหมาและกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม จางเอ้อเหมาคุณนี่แน่จริง ๆ ! นึกไม่ถึงว่าคุณจะรู้จักอาจารย์เย่ด้วย! เมื่อสักครู่อาจารย์เย่สั่งให้ท่านห้าส่งคนมาหาคุณ โดยบอกว่าเขานั้นมีธุระกับคุณ!”
จางเอ้อเหมาถามด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์เย่มีธุระกับผม? พี่ขุย คุณพูดล้อเล่นกับผมใช่ไหม?”
ต่งขุยด่าว่า “คุณคิดว่าผมว่างมากขนาดนั้นเลยหรือ? ถึงได้มาพูดล้อเล่นกับคุณ!”
หลังจากนั้น ต่งขุยชี้กองโบราณวัตถุปลอมบนแผงลอยของเขาและสั่งว่า “รีบเก็บวัตถุโบราณทั้งหมดของคุณ แล้วผมจะพาคุณไปพบอาจารย์เย่!”
จางเอ้อเหมารีบกล่าวว่า “ครับ พี่ขุยรอสักครู่ ผมจะเก็บเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
จางเอ้อเหมารีบวิ่งไปสองสามก้าวแล้วถามอย่างประหม่า “ท่านห้า ท่านห้า.....ผมจางเอ้อเหมาชื่นชมคุณมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้พบคุณ.....”
หงห้าโบกมือและกล่าวว่า “การที่คุณรู้จักอาจารย์เย่นั้นมีประโยชน์มากกว่าการรู้จักผม คุณวางใจเถอะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมจะบอกหม่าจงเหลียง เพื่อให้ลูกน้องของเขาดูแลแผงลอยของคุณที่ตลาดของโบราณเป็นพิเศษ”
เมื่อจางเอ้อเหมาได้ยินประโยชน์นี้ เขารู้สึกตื่นเต้นมาก โค้งคำนับอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “ขอบคุณครับ ท่านห้า!”
หงห้ารีบกล่าวว่า “ไม่ต้องขอบคุณผม ต้องขอบคุณอาจารย์เย่ เพราะผมเห็นแก่หน้าอาจารย์เย่”
“ครับ ครับ ครับ!” จางเอ้อเหมากล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ขอบคุณอาจารย์เย่! และขอบท่านห้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...