หลังจากนั้น จางเอ้อเหมากล่าวต่อไปว่า “ภาพโมนาลิซ่าเวอร์ชันจีนที่เห็นเมื่อสักครู่ วาดโดยนักเรียนในราคาชิ้นละห้าร้อยหยวน ปกติผมจะขายอยู่ที่ตลาดของโบราณในราคาแปดหมื่นกว่าหยวน ถ้าผมขายได้หนึ่งภาพ ปกติแล้วผมก็จะไม่ไปตั้งแผงลอยเป็นเวลาสองเดือน ส่วนใหญ่เป็นเพราะผมกลัวว่าคนซื้อจะมากลับหาผม”
เย่เฉินถามเขาว่า “แล้วถ้าคนซื้อกลับมาหาคุณล่ะ คุณจัดการอย่างไร?”
จางเอ้อเหมาเยาะเย้ยและอธิบายว่า “ถ้าหาผมพบ ก็ต้องคืนเงินอย่างแน่นอน ปกติแล้วผมจะดูคน ถ้าสามารถล่วงเกินได้ผมก็จะยืนหยัดจนถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่ผมทำธุรกิจอยู่ที่ตลาดของโบราณ หลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจคือไม่คืนเงิน”
เย่เฉินถามอีกครั้งว่า “แล้วถ้าพบคนที่ไม่สามารถล่วงเกินได้ล่ะ?”
จางเอ้อเหมาเกาศีรษะและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าผมเจอคนที่ไม่สามารถล่วงเกินได้ ตัวเลือกแรกของผมคือวิ่งหนีซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ถ้าหนีไม่รอด ก็คืนเงินเพื่อจบปัญหา”
เย่เฉินพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตามที่กล่าวมา ใช่ว่าการขายทุกชิ้นของคุณนั้นจะสามารถนำเงินเข้ากระเป๋าได้ แล้วสรุปคุณสามารถหาเงินได้เท่าไหร่ต่อปี?”
จางเอ้อเหมาคำนวณแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ปกติผมจะมีรายได้ประมาณสี่ห้าแสนหยวนต่อปี”
เย่เฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “เอาล่ะ จางเอ้อเหมาผมจะให้เงินเดือนพื้นฐานแก่คุณแปดแสนหยวนต่อปี ต่อไปคุณไม่ต้องไปหลอกคนอื่นที่ตลาดของโบราณอีกแล้ว คุณเปลี่ยนความคิดแล้วไปติดตามหงห้า และปฏิบัติตามคำสั่งเขา”
เมื่อจางเอ้อเหมาเมื่อได้ยินประโยคนี้ ทำให้เขาตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
เขาไม่เคยคิดฝันว่าเย่เฉินจะให้ตนเองไปทำงานกับท่านหงห้า
เขาที่กำลังประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะถาม “อาจารย์เย่...ผม...ผมเป็นเพียงแค่คนต้อยต่ำ ทำไมคุณถึงคิดว่าจะให้ผมไปทำงานกับท่านห้า?”
ดังนั้นเขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอโอกาสที่จะได้มีที่พึ่งพาอาศัยที่ไว้ใจได้ อย่างน้อยต่อไปชีวิตของตนเองจะได้ดีขึ้นมาหน่อย
เย่เฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ ผมจะโทรไปหาหงห้า แล้วอีกสักครู่คุณก็ไปหาเขาที่เทียนเซียงฝู่”
เขาไม่เคยคิดฝันว่าเย่เฉินจะให้เขาติดตามท่านหงห้าโดยตรง
ถ้าเขาติดตามท่านหงห้าแล้ว การที่อยู่ในเมืองจินหลิงไม่กล้าบอกว่าสามารถทำทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ แต่ไม่มีใครกล้ายั่วยุเขาอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จางเอ้อเหมาพยักหน้าและโค้งคำนับอย่างตื่นเต้นและกล่าวซ้ำ ๆ ว่า “ครับอาจารย์เย่! ขอบคุณอาจารย์เย่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...