เมื่อเห็นเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์จ่ายเงินเพื่อยอมรับสภาพ เย่เฉินกล่าวกับเขาด้วยความพึงพอใจว่า “คุณอาร์โนลต์ ตอนนี้การซื้อพ่วงสินค้าสิ้นสุดลงชั่วคราว แต่เจ้านายของพวกเรามีบางอย่างที่จะบอกคุณ”
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์กล่าวอย่างรวดเร็ว “โปรดพูดมาเถอะ......”
เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “คุณต้องเก็บการซื้อพ่วงสินค้านี้เป็นความลับ และไม่บอกให้ใครรู้”
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์กล่าวโดยไม่ลังเล “ไม่ต้องกังวล ผมจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะอย่างแน่นอน”
“งั้นก็ดี” เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “ยังไงก็ตาม ยังมีอีกอย่างที่ผมต้องการให้คุณช่วยเหลือ”
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์รีบถาม “คุณมีเรื่องอะไรก็บอกผมมาเถอะ!”
เย่เฉินกล่าวว่า “เจ้านายของพวกเราไม่ชอบร้านของคุณในเมืองจินหลิงมาก ความหมายของเขาก็คือให้คุณจัดการปิดร้านโดยเร็วที่สุด แล้วไล่พนักงานในร้านออกไปให้หมด โดยเฉพาะค่าคอมมิชชั่นสำหรับการซื้อพวงสินค้านั้น อย่าให้พนักงานคนนั้นแม้แต่เหรียญเดียว”
เดิมเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์นั้นเกลียดร้านนี้ที่สุด เมื่อได้ยินเรื่องนี้ เขาตกลงโดยไม่ลังเล และกล่าวโพล่งออกมา “โปรดวางใจเถอะ วันนี้ผมจะปิดร้านแล้วไล่พนักงานทุกคนในร้านออกไปให้หมด!”
“โอเค” เย่เฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “งั้นคุณเก็บวัตถุโบราณล้ำค่าเหล่านี้ไว้ พวกเราขอตัวกลับไปก่อน”
หลังจากนั้น เย่เฉินยัดสิ่งของสามอย่างไว้ในอ้อมแขนของเขา แล้วบอกจางเอ้อเหมา และเดินออกไปจากห้องชุดพร้อมกัน
ทันทีที่เดินออกมาจากห้อง จางเอ้อเหมาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและกล่าวว่า “อาจารย์.....อาจารย์เย่.....คุณโหดเหี้ยมจริง ๆ.....ของสับปะรังเคนั้น ตอนขายอยู่ที่ตลาดของโบราณผมยังไม่กล้าขายสองแสนหยวนเลย แต่เมื่อสักครู่คุณขอเงินกับชายชราสองพันล้าน.....ซึ่งเป็นกำไรหลายสิบล้านเท่า......”
จางเอ้อเหมากล่าวอย่างหนักแน่น “ครับ อาจารย์เย่ ผมคิดรอบคอบแล้ว คุณยังสามารถบริจาคเงินถึงสองพันล้านบาท แล้วเงินสองล้านของผมจะถือเป็นอะไรได้ล่ะ”
เมื่อเห็นว่าทัศนคติของเขาแน่วแน่ เย่เฉินพยักหน้าและกล่าวว่า “โอเค ไม่คิดว่าคุณจะมีจิตสำนึกนี้ คุณวางใจเถอะ ผมจะบริจาคเพิ่มอีกสองล้านในนามของคุณเอง”
จางเอ้อเหมากล่าวอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณครับ อาจารย์เย่!”
เย่เฉินจำเรื่องไร้สาระที่จางเอ้อเหมากล่าวเมื่อสักครู่ ซึ่งมีทักษะอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงถามเขาว่า “จางเอ้อเหมา การที่คุณหลอกขายของอยู่ตลาดของโบราณนั้นมีรายได้ต่อปีเท่าไหร่?”
จางเอ้อเหมากล่าวด้วยความอึดอัดว่า “บอกตามตรง อาจารย์เย่ รายได้ของผมนั้นมันไม่แน่นอน บางเดือนก็ขายไม่ได้สักชิ้น แต่บางครั้งก็ขายได้มากมายในบิลเดียว จนไม่ต้องทำงานหลายเดือนเลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...