นี่เป็นครั้งแรกที่ Vivian รู้สึกว่าผู้จัดการร้านร้อนรน
ในความรู้สึกของเขาแล้ว ผู้จัดการร้านเป็นคนที่มีความสามารถมาก และเขามักจะหลอกล่อบรรดาเศรษฐีและเศรษฐินี ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาเชื่อฟังและยอมควักเงินออกมาจากกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขารู้สึกรู้สึกซาบซึ้งเขาอีกด้วย
ดังนั้นในสายตาของ Vivian แล้ว ผู้จัดการร้านจึงเป็นไอดอลและเป้าหมายในชีวิตของตนเอง
นับตั้งแต่ Vivian เข้ามาทำงานในร้านนี้ ทัศนคติทั้งสามด้านของเขาเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะทำงานในร้านขายสินค้าแบรนด์เนม Vivianไม่เคยคิดว่าเศรษฐีที่โอหังอวดดีและดูถูกเหยียดหยามคนธรรมดา แต่กลับพะเน้าพะนอและเอาใจพนักงานขายในร้านขายสินค้าแบรนด์เนมทุกวิถีทาง
ถ้าไม่ใช่เพราะทำงานในร้านขายสินค้าแบรนด์เนม Vivian จะไม่มีวันรู้ว่าคนที่เข้ามาในร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ คุณหญิงคุณนาย หรือเมียน้อย แต่เมื่อพวกเขามาถึงร้านแล้วก็ต้องคอยประจบเอาใจพนักงานขาย
อยากได้กระเป๋ายอดนิยม? ขอโทษด้วย หากคุณพูดจาไม่เป็น หรือขอร้องคนไม่เป็น คำตอบสำหรับคุณนั้นจะเป็นน้ำเสียงที่ไม่แยแส : ขอโทษด้วย ตอนนี้สินค้าหมด
ในตลาดผูกขาดเช่นนี้ ถึงคุณจะมีเงินมากแล้วยังไงล่ะ?
เมื่อก่อน พนักงานขายจะรู้สึกภูมิใจที่รู้จักเศรษฐี แต่ตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คนมีชื่อเสียง คุณหญิงคุณนายมากมาย กลับรู้สึกภูมิใจที่ได้รู้จักพนักงานขายสินค้าแบรนด์เนม พวกเธอไม่เพียงแต่พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานขาย และช่วยพนักงานขายทำยอด แล้วยังให้เงินพิเศษบ่อย ๆ และยังพาไปเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ หรือส่งของขวัญล้ำค่า เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับพนักงานขาย
สิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุดคือ คนมีชื่อเสียง คุณหญิงคุณนายมากมายรู้สึกภูมิใจที่จะแบ่งปันประสบการณ์ของตนเองในการประจบพนักงานขายบนโลกโซเซียล ซึ่งวิเศษมากจริง ๆ
Vivian สะบัดนิ้ว เบ้ปากและกล่าวว่า “ไม่ต้องมายุ่ง คุณเป็นใคร?!”
แม่คนนี้ด่าด้วยความโมโหว่า “คุณดูให้ดี! ที่นี่คือห้องแม่และเด็ก! ซึ่งถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับแม่และเด็ก คุณมีคุณสมบัติอะไรที่จะไปครอบครอง?!”
Vivian กล่าวด้วยความยโสโอหังว่า “มีลูกแล้วก็คิดว่าตนเองเก่งนักหรือ? มีลูกแล้วคนอื่นต้องยอมคุณหรือ? ใครเป็นคนสร้างนิสัยเสียเช่นนี้ให้คุณ มีลูกแล้วอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้หรือ? จะออกมาเป็นภาระของสังคมทำไม น่ารำคาญจริง ๆ!”
แม่คนนั้นรู้สึกโมโหมาก เมื่อเห็นป้ายพนักงานที่อยู่บนหน้าอกของเขา เธอจึงก้าวไปข้างหน้าทันทีและกล่าวว่า “คุณทำงานที่ร้านไหน? ฉันจะไปร้องเรียนที่ร้านของคุณ!”
เมื่อVivianได้ยินประโยคนี้ ก็ตกใจจนหัวใจเต้นแรง ดังนั้นเขาจึงรีบวิ่งหนีไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...