นักธุรกิจชาวยิวต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นเวลานานหลายปี และสภาพร่างกายของเขาก็ลดลงทุกวัน
ไม่นานมานี้ แพทย์ของเขาก็พบดัชนี creatinine ในซีรัมยังคงสูงอยู่ หลังจากการวินิจฉัยของแพทย์ ไตของเขาก็เริ่มลดลงอย่างกลับไม่ได้
ควบคู่ไปกับพรของโรคอื่นๆ แพทย์คาดการณ์ว่า เขาจะเข้าสู่โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายภายในไม่กี่ปี
เมื่อถึงจุดนั้น เขาก็จะต้องใช้ชีวิตด้วยการฟอกไตในระยะยาว หรือฝากความหวังไว้ที่ปลูกถ่ายไต
ด้วยโรคเรื้อรังมากมาย และสมรรถภาพทางกายที่ย่ำแย่ของเขา แพทย์ประเมินว่าอายุขัยของเขาไม่น่าจะเกินสิบปี
อย่าดูว่าปีนี้เขาอายุเพียงเจ็ดสิบปี แต่เขาก็ดูแก่มาก ไม่ได้ดูเหมือนอายุเจ็ดสิบปีเลยสักนิด บอกว่าเขาอายุแปดสิบห้าปีหรือกระทั่งอายุเก้าสิบปี ก็มีคนเชื่อ
หลังจากที่เขาชนะการประมูลยาอายุวัฒนะนี้ได้สำเร็จ เขาก็ค่อยๆ เดินขึ้นไปบนเวที ด้วยการประคองช่วยเหลือจากลูกชายแท้ๆ ของเขา
อยู่บนเวที หลังจากเขาสวดมนต์อย่างเคร่งขรึม เขาก็ทานยาอายุวัฒนะที่พนักงานป้อนเข้าปากด้วยความซาบซึ้ง
ในคราวนี้ ผู้ชมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเวลาด้วยตาของพวกเขาเอง
ชายชราผู้เฒ่าผู้แก่คนนั้น อ่อนกว่าวัยอย่างมาก ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และจากร่างกายที่ค่อมแต่เดิมของเขา ก็ค่อยๆ ยืดตรงขึ้นมาเรื่อยๆ
ชายชาวยิวผู้มั่งคั่งรายนี้ ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าโรคเรื้อรังในร่างกายของเขา ดีขึ้นมากน้อยเพียงใดในขณะนี้ แต่ว่า เขารู้สึกได้ว่า สภาพร่างกายของเขาในทุกด้านก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็วมาก และอีกไม่นานก็ทำให้เขารู้สึกถึงทั้งทั่วร่างกายเบาลงกว่าเดิมมาก
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเอง “จากการวิเคราะห์แปดทิศของคุณท่านล่าย เฟ่ยเจี้ยนจงมีความเป็นไปได้สูงที่ไม่สามารถชนะประมูลยาอายุวัฒนะได้ ซึ่งก็หมายความว่า ในการประมูลของวันนี้ จะต้องมีคนที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมากกว่าเฟ่ยเจี้ยนจง และสามารถกดทับเฟ่ยเจี้ยนจงได้แอบซ่อนตัวอยู่”
“มิฉะนั้น ด้วยทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกือบเป็นล้านล้านเหรียญสหรัฐของเฟ่ยเจี้ยนจง จะต้องหยิ่งผยองอยู่ในหมู่เหล่าผู้ชมในการประมูลของวันนี้อย่างแน่นอน และไม่มีเหตุผลว่าจะไม่สามารถชนะการประมูลยาอายุวัฒนะนี้ได้”
“คนผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจะเป็นใคร? ในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด ไม่มีสถานะที่ทรงพลังเช่นนี้ดำรงอยู่เลย เพราะยังไงแม้แต่เฟ่ยเจี้ยนจงเองก็ประกาศทรัพย์สินของตัวเองเพียงมูลค่าหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น”
“สำหรับเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ผู้ที่เคยถูกผมบังคับให้แจกจ่ายสินค้าไปสองพันล้านหยวน แม้ว่าดูจากข้อมูลบนกระดาษ เขาเป็นคนที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในการประมูลครั้งนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถเป็นคู่แข็งกับเฟ่ยเจี้ยนจงได้เลย”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เย่เฉินจ้องไปที่ฮั่วหย่วนเจิงหมายเลข 99 เป็นเวลานาน ผ่านกล้องวงจรปิด และแอบคิดอยู่ในใจว่า “เป็นไปได้ไหมว่าคนผู้ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดนั้น ก็คือเขา?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...