ในเวลานี้ เฟ่ยเข่อซินมองไปที่ปู่ของตนที่กำลังเศร้าโศกอยู่บ้างและพูดว่า "คุณปู่ เรื่องของคุณลุงใหญ่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว คุณจะต้องคิดให้ตกสักหน่อย อย่าได้เจ็บป่วยจากภาวะซึมเศร้า"
เฟ่ยเจี้ยนจงหัวเราะเยาะตัวเองและพูดว่า “เข่อซินเอ่ย เป็นเพราะฉันถึงได้พลอยลำบากทำให้เธอต้องคุณหนีไปตะวันออกกลางด้วยกัน ในฐานะคุณปู่ ฉันละอายใจอน่างยิ่ง หากเมื่อครู่ฉันตายไปแล้ว สำหรับเธอและสำหรับอาจารย์หยวนถือเป็นการหลุดพ้นแบบหนึ่ง ลุงใหญ่ของเธอคงไม่จำเป็นต้องทำให้เธอต้องลำบาก...”
พูดไป เฟ่ยเจี้ยนจงก็เอ่ยด้วยสีหน้าขมขื่นว่า: "ตอนนี้ พวกเธอทั้งสองหนีเอาชีวิตรอดไปกับฉันด้วย หากเขาหาพวกเธอไม่เจอ เขาจะต้องโกรธแค้นแน่ เป็นฉันที่ทำให้พวกเธอลำบาก..."
เฟ่ยเข่อซินรีบพูด "คุณปู่ คุณอย่าได้คิดอย่างนั้นเป็นอันขาด หากคุณจากไปจริงๆ ลุงใหญ่ไม่มีทางให้ตระกูลของเราได้อยู่อย่างเป็นสุขแน่"
เฟ่ยเจี้ยนจงถอนหายใจและกล่าวอย่างเสียใจ “ล้วนบอกกันว่าผู้สืบทอดตระกูลต้องเป็นทายาทสายตรงไม่ใช่คนนอก แต่หากฉันมองเห็นถึงความดื้อรั้นของลูกคนนี้เร็วกว่านี้สักหน่อย ฉันจะไม่มีทางให้เขาเป็นผู้สืบทอดของตระกูลอย่างแน่นอน นี่ถือเป็นความเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน!"
พูดจบก็ถอนหายใจ “เข่อซิน ในอนาคตเธอจะต้องหาทางกระชับความสัมพันธ์กับคุณชายเย่ท่านนั้นเอาไว้บ้าง ก่อนที่ฉันจะตาย ฉันได้ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้เธอและแต่งตั้งให้เธอเป็นผู้สืบทอดตระกูล ถึงตอนนั้นเธอจงไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายเย่ ขอแค่เธอนำตระกูลเฟ่ยกลับคืนมาได้ เธอก็จะเป็นผู้นำตระกูลเฟ่ยในอนาคต!”
เฟ่ยเข่อซินยิ้มอย่างอ่อนใจและพูดว่า "คุณปู่ คุณชายเย่เองก็น่าจะไม่คิดนิ่งดูดายเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่จัดการให้พวกเราหลบเลี่ยงไปที่ตะวันออกกลางหรอก"
“ใช่…” เฟ่ยเจี้ยนจงก็ถอนหายใจเช่นกัน: “บางทีเขาอาจคิดว่าเงื่อนไขที่ฉันเสนอไปไม่น่าดึงดูดพอ ทรัพย์สิน 20% ของตระกูลเฟ่ย ในสายตาของเขาคงน้อยไป”
ขณะพูด จู่ๆดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นทันใด เขามองไปที่เฟ่ยเข่อซินและถามว่า "เข่อซิน คุณชายเย่ท่านนั้นเหมาะกับการแต่งงานหรือไม่? ถ้าเขาเต็มใจที่จะช่วย ฉันจะมอบสินสอดทองหมั้นของตระกูลเฟ่ยให้เขาทั้งหมด เขาคงจะไม่ปฏิเสธใช่ไหม?” "
เฟ่ยเข่อซินเอ่ยอย่างอึดอัด “เรื่องนี้หนูก็ไม่ทราบแล้ว...”
เฟ่ยเจี้ยนจงถอนหายใจเบา ๆ และพูดกับเฟ่ยเข่อซินว่า "เข่อซิน ตระกูลเฟ่ยเปลี่ยนไปอย่างมาก หากไม่มีกำลังภายนอกที่แข็งแกร่งพอที่จะเข้าไปแทรกแซง ตำแหน่งของลุงใหญ่ของเธอก็จะไม่มีทางสั่นคลอน เมื่อฉันตายไป เขาจะต้องไม่ยอมเมตตาเธอแน่ คุณชายเย่ คือโอกาสเดียวที่เธอจะพลิกสถานการณ์กลับ...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฟ่ยเจี้ยนจงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
ในความเห็นของเขา เย่เฉินไม่เพียงแต่เป็นโอกาสเดียวของเฟ่ยเข่อซินที่จะพลิกสถานการณ์ แต่ยังเป็นโอกาสเดียวของเขาด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...