ในใจของเขาเวลานี้ แทบจะทนไม่ไหวอยากรีบไปขึ้นเรือทันที จากนั้นก็ยืนอยู่ที่หัวเรือแล้วตะโกนว่า ฉันคือราชาแห่งแวนคูเวอร์!
หากมีเรือนี้อยู่ จากนี้ไปความแข็งแกร่งของแก๊งตนก็จะสามารถขยายออกไปได้อีกขั้น อีกทั้งยังสามารถขยายธุรกิจด้านการเดินเรือได้ในอนาคต!
แก๊งอิตาลีที่เขาควบคุมอยู่ ถือได้ว่าเป็นแก๊งแนวหน้าในแวนคูเวอร์เท่านั้น แม้ว่าเขาจะมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าอยู่เสมอ แต่ว่าเขาก็แทบไม่เจอหนทางที่จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้เลย
แต่ตอนนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไป
ด้วยเรือลำนี้ แก๊งก็จะมีโอกาสมากขึ้นและมีพื้นที่ให้ก้าวขึ้นไปมากขึ้น
ไม่แน่ว่า บางทีเรือลำนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของเขาก็ได้!
แค่คิดถึงตรงนี้ ในใจเขาก็แทบรอไม่ไหวแล้ว
หลังจากที่รถหยุดที่ท่าเรือ อังเดรก็แทบรอไม่ไหวที่จะผลักประตูและลงจากรถ
จากนั้น รถหลายสิบคันที่ด้านหลังก็จอดเรียงกันที่ท่าเรือ
อังเดรเดินไปที่เบาะหลังอีกด้านและเปิดประตู จากนั้นก็เล็งปืนไปที่เย่เฉิน เขายิ้มแล้วพูดว่า "คุณเย่ เชิญลงจากรถ!"
เย่เฉินแสร้งทำเป็นลงจากรถอย่างขมขื่น มองดูแล้วท่าทางดูอึดอัดอย่างมากเขา แต่ในใจกลับกำลังมีความสุขอยู่
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอังเดรคนนี้จะหลอกง่ายขนาดนี้
ตนแค่โยนเหยื่อล่อไปต่อหน้าเขา ยังไม่ทันได้เอาเหยื่อล่อ ปลาก็ติดเบ็ดก่อนเสียแล้ว
อีกทั้งยังปลาที่มาติดเบ็ดดันเป็นราชาแห่งฝูงปลาอีกด้วย พาบรรดาพี่น้องเขามากินเบ็ดไปด้วยกัน ความรู้สึกที่จับปลาได้เป็นกะตั้กในคราวเดียวแบบนี้แทบจะทำให้เขาสะใจถึงขีดสุด
กระบวนการตกปลาทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นอย่างยิ่ง ทุกขั้นตอนที่พัฒนาไปล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเย่เฉิน
ในเวลานี้เอง มีคนกว่าสองสามร้อยคนทยอยลงมาจากรถคันอื่นๆ หลายสิบคัน
คนเหล่านี้เมื่อเห็นเรือที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา แต่ละคนก็ตื่นเต้นอย่างมาก
บางคนในนั้นถึงกับตะโกนว่า "หัวหน้า! ในเมื่อเรือลำนี้ต่อไปก็จะเป็นของพวกเราแล้ว อย่างนั้นพวกเราจะต้องใช้เรือลำนี้เข้าไปในทะเลเปิด จากนั้นก็จัดงานเลี้ยงใหญ่บนดาดฟ้าเรือเพื่อเฉลิมฉลอง!"
เวลานี้อังเดรกำลังยืนอยู่นอกประตูห้องโดยสารของเรือ แต่ประตูห้องโดยสารนั้นถูกปิดอยู่และทำได้แค่เปิดจากด้านในเท่านั้น
แต่ดูเหมือนลูกเรือจะไม่พอใจเขาอย่างมากและถามเสียงดังว่า “นายเป็นใคร? กรุณาออกไปจากเรือบรรทุกสินค้าของเราทันที ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
อังเดรชี้ปืนไปที่เย่เฉินและพูดอย่างเย็นชาว่า "คุณเย่ คุณบอกเขา!"
เย่เฉินพยักหน้าและพูดว่า "เป็นฉันเอง เปิดประตู"
“คุณเย่?” ลูกเรืออุทานขึ้นและถามว่า “คุณเย่เป็นอะไรรึเปล่าครับ? ให้ผมแจ้งตำรวจไหม?”
เย่เฉินรีบพูด "ไม่ต้องแจ้งตำรวจ พวกเขาเป็นเพื่อนของฉันทั้งหมด นายให้คนมาเปิดประตูเร็วเข้าเถอะ"
จากนั้นลูกเรือถึงค่อยเอ่ย "ได้ครับคุณเย่ รอสักครู่!"
พูดจบ เขาก็หยิบวิทยุรับส่งขึ้นมาและพูดว่า “ต้นหน ต้นหน! รีบเปิดประตูเร็วเข้า คุณเย่มาแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...