เย่เฉินพยักหน้าและพูดด้วยใบหน้าจริงจัง "พวกเราชาวหัวเซี่ยมักพูดว่าไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน วันนี้ทุกคนมาถึงจุดนี้ได้ถือว่ามีโชคชะตาร่วมกันอยู่บ้าง ดังนั้นฉันจะให้โอกาสนายครั้งหนึ่ง"
พูดไป เย่เฉินก็มองที่เขาและถามว่า “อังเดร นายและแก๊งอิตาลีของนายสนใจที่จะเข้าร่วมกับสำนักว่านหลงหรือไม่? ถ้าพวกนายเต็มใจที่จะเข้าร่วม จากนี้ไปพวกนายก็จะถือเป็นส่วนหนึ่งของสำนักว่านหลง สำนักว่านหลงย่อมปกป้องความปลอดภัยของพวกนายทุกคนและรับประกันว่าจะไม่มีใครสามารถคุกคามพวกนายได้ มีสำนักว่านหลงคุ้มครองอยู่ พวกนายจะต้องมีอนาคตที่สดใส"
"เข้าร่วมสำนักว่านหลง?!" ดวงตาของอังเดรเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้
เขารู้ดีว่าสำนักว่านหลงเป็นองค์กรแบบไหน
ไม่ใช่แก๊งธรรมดาๆทั่วไป แต่นั่นเป็นกองทหารรับจ้างอย่างแท้จริงๆ!
ด้วยความแข็งแกร่งของสำนักว่านหลงคุณสามารถกวาดล้างแก๊งทั้งหมดในแวนคูเวอร์ได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว
แต่ว่า เมื่อนึกถึงแก๊งของตัวเอง พวกเขาล้วนเป็นพวกอันธพาลที่ไม่สามารถไปสู้หน้าใครที่ไหนได้ หากพวกเขาต้องเป็นทหารรับจ้างจริงๆ และต่อสู้ไปทุกที่ เกรงว่าพวกเขาไม่มีกำลังขนาดนั้น อีกทั้งยังอาจต้องเผชิญอันตรายและกลายเป็นเครื่องสังเวยไปแทน
เมื่อคิดดูแล้ว เขาก็ถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณเย่...ถ้าเราเข้าร่วมกับสำนักว่านหลง คงไม่ใช่จะให้พวกเราไปต่อสู้พร้อมกับทหารของสำนักว่านหลงหรอกนะครับ...”
ประโยคนี้ ช่วยถามแทนคนอื่นๆไปด้วยแล้ว
จากนั้นเขาก็ประจบประแจงอย่างรวดเร็วและพูดว่า “คุณเย่ ในเมื่อคุณต้องการรวบแก๊งของเรา อย่างนั้นผมมีคำพูด ไม่รู้ว่าจะพูดดีหรือไม่…”
เย่เฉินเห็นดวงตาของเขากลิ้งกลอกไปรอบๆก็รู้ว่าเขายังมีเจตนาร้ายอยู่ในใจ ดังนั้นเขาจึงโบกมือแล้วพูดอย่างสบายๆว่า “นายพูดมาเถอะไม่เป็นไร!"
กัวเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นในทันที "คุณเย่ บรรพบุรุษชาวหัวเซี่ยของเรามีคำกล่าวโบราณว่า "ไม่ใช่พวกเดียวกัน จิตใจย่อมแตกต่างกัน! วันนี้คุณรับชาวอิตาลีเหล่านี้เข้ามาอยู่ใต้คำสั่งของคุณ เพื่อป้องกันจิตใจคิดคดของพวกเขา จะต้องมีคนที่คุณไว้ใจได้คอยช่วยเหลือในการสั่งการ ชี้นำ และควบคุมพวกเขา ดังนั้นคุณอย่าได้ปล่อยให้อังเดรเป็นหัวหน้าแก๊งนี้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นหากเขาคิดจะทรยศคุณขึ้นมา คุณจะป้องกันไม่ทัน!”
ทันทีที่ อังเดร ได้ยินดังนั้น เขาก็โกรธจัดอย่างมากและจ้องไปที่กัวเหล่ยอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนจะด่าเขา “แซ่กัว นายพูดอย่างนี้หมายความว่าไง?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...