ว่านพั่วจวินมองไปที่ปืนพกเบเร็ตต้าในมือและส่ายหัวอย่างดูถูก เขาจับกระบอกปืนเอาไว้ด้วยมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งจับที่ลำกล้อง จากนั้นทั้งสองมือก็ออกแรงเล็กน้อยและหักบิดปืนพกที่ทำด้วยเหล็กจนบิดเบี้ยว
อังเดรที่เห็นภาพนี้ ทั้งตัวก็ตะลึงไปจนแทบจะฉี่ราด!
เขาเคยได้ยินมาว่าคนของสำนักว่านหลงล้วนเป็นยอดฝีมือในแต่ละด้าน แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าร่างกายของว่านพั่วจวินก็จะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ แม้กระทั่งปืนพกที่ทำจากเหล็กก็สามารถบิดจนเป็นเกลียวได้อย่างง่ายดาย ความแข็งแกร่งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปสามารถมีได้
ในเวลานี้ เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าเช่นกันว่า ชายตรงหน้าเขาคนนี้ ก็คือว่านพั่วจวิน ประมุขของสำนักว่านหลงผู้โด่งดังคนนั้น!
คนอื่นๆ เมื่อเห็นภาพนี้ก็ล้วนตกใจจนตัวสั่น พวกเขารู้ว่าตนไม่มีโอกาสชนะเลยสักนิด เวลาแบบนี้หากยังกล้าเสนอหน้าออกไปก็คงจะต้องตายเท่านั้น
ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงนั่งยองๆ ลงกับพื้นพร้อมเอามือกุมหัวไว้ แม้แต่คนที่ยังแออัดอยู่บนบันไดก็ยังนั่งยองๆลงเช่นกัน
อังเดรเองก็หน้าซีดด้วยความกลัว เขามองไปที่เย่เฉินและถามตะกุกตะกัก "เย่... คุณเย่... นี่...นี่เกิดอะไรขึ้น...ที่นี่เกิดความเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า..."
เย่เฉินยิ้มน้อยๆและพูดว่า “ไม่มีความเข้าใจผิดอะไรนี่ นายไม่ได้ชนะได้เรือของฉันไปลำหนึ่งหรือไง? ตอนนั้นฉันจะมอบเรือให้นาย”
แม้ว่าอังเดรจะโง่ แต่ตอนนี้เขาก็รู้ว่าเย่เฉินแกล้งทำเป็นคนอ่อนแอ
เย่เฉินโบกมือและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวล ฉันไม่เอาเงินนายแม้แต่แดงเดียว”
อังเดร给ได้ยินดังนั้นก็โล่งใจเล็กน้อย แต่ในใจของเขาก็ยังคงประหม่าอย่างยิ่งและความอย่างอกสั่นขวัญแขวนว่า “คุณเย่... อย่างนั้นเรื่องวันนี้... ต้องทำอย่างไรคุณถึงจะพอใจ..."
เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า "อังเดร ฉันเห็นนายอยู่ที่แวนคูเวอร์ต่อไปก็ได้แต่ทำเรื่องเล็กๆน้อยๆ แก๊งมากมายล้วนรุมล้อมพวกนายจนหืดขึ้นคอแล้ว พวกนายถูกพวกเขากดเอาไว้แบบนี้ ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเลยหรือไง?"
อังเดรไม่เข้าใจเจตนาของเย่เฉิน แต่เขาก็ยังตอบอย่างตรงไปตรงมา: "คุณเย่...เรียนตามตรง...พวกเราค่อนข้างอึดอัดอยู่บ้างจริงๆ ในแวนคูเวอร์ พื้นที่ของเรามีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ รายได้ของเราก็น้อยลงเรื่อยๆ เงินรายสัปดาห์ของลูกน้องก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ ชีวิตอยู่ยากจริงๆ..."

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...