“ครับ......” ว่านพั่วจวินพยักหน้า ก่อนจะประสานมือคำนับแล้วเอ่ยว่า “คุณเย่ ผมไม่เข้าใจ ว่าหากเราเดินไปถึงจุดสิ้นสุดบนเส้นทางแห่งวิชาศิลปะการต่อสู้ ก็จะสามารถเข้าสู่สภาวะขั้นเดียวกันกับคุณเย่งั้นเหรอครับ?”
เย่เฉินเผยยิ้มอ่อน และส่ายหน้าตอบว่า “พั่วจวิน ถ้าให้พูดกันตามจริง ฉันไม่ใช่นักบู๊ที่ฝึกวิชาศิลปะการต่อสู้”
ว่านพั่วจวินตะลึง พลันเอ่ยเสียงพึมพำว่า “คุณไม่ใช่นักบู๊ หรือว่า......หรือว่าสายพลังที่คุณฝึกจะเป็นขั้นกว่าของวิชาศิลปะการต่อสู้งั้นเหรอครับ?”
“จะว่าอย่างงั้นก็ได้” เย่เฉินเอ่ยยิ้มๆ “เทียบกับวิชาศิลปะการต่อสู้แล้ว เส้นทางของฉัน ก็กว้างใหญ่กว่าจริงๆนั่นแหละ”
ว่านพั่วจวินได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าด้วยสีหน้าอึ้งทึ่ง
เมื่อกี้นี้ ตอนที่เย่เฉินใช้มีดทะลุวิญญาณโจมตีเรืออีกฝ่าย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังของว่านพั่วจวินก็ถูกกลับตาลปัตรไปหมด
พลังทำลายล้างแบบนี้ ถึงให้เขาละเลยข้อจำกัดเรื่องระยะห่าง แล้วใช้หมัดทั้งสองข้างโจมตีเรือลำนั้น ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ส่วนท้ายของเรือสำราญขนาดใหญ่ถูกทะลุจนแหลกในครั้งเดียวได้
ต้องรู้ไว้ว่านั่นเป็นแผ่นเหล็กหนาที่ถูกทับซ้อนกันหลายๆชั้น ถึงใช้ขีปนาวุธก็ไม่สามารถให้พลังทำลายล้างได้ขนาดนี้
อย่างน้อย ก็ต้องเป็นตอร์ปิโดหรือขีปนาวุธร่อนจึงจะสามารถทำได้
อีกทั้งตอร์ปิโดและขีปนาวุธร่อน ก็เป็นอาวุธที่สร้างพลังทำลายล้างด้วยปฏิกิริยาทางเคมี ไม่ใช่แค่ใช้พลังเพียงอย่างเดียว
หากใช้พลังทั้งหมดในการโจมตี คาดว่าก็ต้องเป็นพลังในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งพลังแบบนั้นเกินขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์สามารถรับได้ไปมากโข
แม้ว่านพั่วจวินจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ออกมาจากร่างกายได้ ทว่าร่างกายของเขาเองก็แบกรับไม่ไหวด้วยเช่นดัน
ฉะนั้น พลังทำลายล้างขนาดนั้น ว่านพั่วจวินยังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยด้วยซ้ำ
แต่ว่า เมื่อกี้นี้ เย่เฉินกลับปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งปานนั้นออกมาได้อย่างง่ายดาย และที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือวิธีการโจมตีของพลังทำลายล้างนี้ ที่ยังสามารถถูกปลดปล่อยออกมาจากระยะไกล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นและได้ยินมาก่อนเลย
เขาเองก็คิดว่าตัวเองไปได้ไม่ลึกพอบนเส้นทางนี้ ไม่มีใครรู้ ว่าหากฝึกฝนวิชาศิลปะการต่อสู้ต่อไป จะสามารถขึ้นไปได้สูงขนาดไหน
คิดได้ดังนั้น เขาก็ประสานมือคำนับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมละอายใจอย่างนอบน้อมว่า “คุณเย่พูดถูกครับ ผมเข้าใจแล้ว”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย พลันปริปากว่า “ที่ฉันเคยให้คำสัญญาว่าจะช่วยนายฝึกฝนเพื่อเข้าสู่แดนมืด รอหลังจากที่จัดการเรื่องตระกูลเฉียวเสร็จ ฉันจะทำตามสัญญาอย่างแน่นอน!”
เรือสินค้าของพวกเย่เฉิน ได้เข้าสู่พอร์ตแวนคูเวอร์ก่อนฟ้าสาง
ขณะเดียวกัน เรือสินค้าอีกลำที่เย่เฉินซื้อมาใหม่ ก็เตรียมการทุกอย่างเสร็จและพร้อมที่จะออกเรือแล้วเรียบร้อย
แม้กระทั่งรถที่พวกแก๊งอิตาลีขับมา ก็ถูกทหารของสำนักว่านหลงขับขี้นไปที่ดาดฟ้าเรือ กะว่าจะขนไปพร้อมกันทั้งหมด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...