ไม่เพียงแต่จางชวนเท่านั้นที่ตกตะลึง แม้แต่เฟ่ยซานไห่และเฟ่ยเสวปิง ต่างก็ตกตะลึงอยู่กับที่ไปเลย
ใครจะไปคิดว่า คนที่มีระดับฝีมือสูงสุดในตระกูลเฟ่ย กลับถูกคนอื่นตบจนหมดท่าไปเลย..........
ต่อจากนั้น ฉากที่ทำให้พวกเขาเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เย่เฉินตบไปหนึ่งที จากนั้นก็ดึงแบ็คแฮนด์ขึ้นมา แล้วก็ใช้หลังมือขวาของตัวเอง ตบเข้าที่จางชวนอีกครั้ง
แม้ว่าจางชวนจะตกตะลึงเหมือนต้นไม้ แต่น้ำตาก็ไหลออกจากดวงตาของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
ไม่มีใครรู้ว่า การโดนตบสองครั้งมันทำร้ายจิตใจ สำหรับนักบู๊ห้าดาวมากแค่ไหน.......
ในขณะนี้เอง เย่เฉินปิดกั้นเส้นลมปราณทั้งหมดของจางชวนด้วยปราณทิพย์บางๆ และตะโกนอย่างเย็นชาว่า “ถ้าไม่อยากจะกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต ก็คุกเข่าลงอย่างเชื่อฟังซะ!”
จางชวนทั้งคนตกตะลึงไปเลยทันที!
เขาตระหนักในทันทีว่า เส้นลมปราณเส้นที่ห้าที่เขาใช้เวลาครึ่งชีวิต และผ่านความทุกข์ยากนับไม่ถ้วนถึงจะเปิดได้ กลับถูกพลังที่ไม่รู้จักปิดกั้นอย่างสมบูรณ์งั้นเหรอ!
ในเวลานี้ หัวใจทั้งดวงของเขาก็ทรุดลงทันที เขาไม่มีเวลาที่จะไปสนใจผลกระทบทางจิตใจในตอนเมื่อกี้นี้ ทรุดตัวลงและคุกเข่าลงบนพื้นแล้วร้องไห้เสียงดังขึ้นมา “ท่านผู้อาวุโส.......ขอความกรุณาท่านผู้อาวุโสด้วยเถอะ..........”
สำหรับจางชวนแล้ว เขาไม่ใช่นักบู๊ที่ได้รับการฝึกฝนจากตระกูลเฟ่ย เพียงแต่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้รับใช้ตระกูลเฟ่ยเท่านั้น
ดังนั้นความจงรักภักดีของเขาที่มีต่อตระกูลเฟ่ย จึงไม่สามารถพูดได้ว่าแข็งแกร่งมากแค่ไหน
สำหรับนักบู๊คนหนึ่ง การสูญเสียฐานการฝึกฝนตนทั้งหมดนั้นมันก็หนักพอที่จะรับได้แล้ว แต่ถ้าไม่มีโอกาสที่จะเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งเลย งั้นก็เหมือนกับจะต้องตกนรกชั้นที่สิบแปด จากสวรรค์ชั้นที่เก้าโดยตรงเลยทีเดียว และเขายอมตายดีกว่า ก็ไม่ยอมให้มีจุดจบแบบนั้นหรอก
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงสำลักด้วยความกลัวและพูดว่า “ผู้อาวุโสวางใจเถอะ ฉันจะคุกเข่าอยู่ที่นี่ และคุกเข่าจนกว่าคุณจะหายโกรธ........”
เฟ่ยซานไห่และเฟ่ยเสวปิงตะลึงไปอย่างสมบูรณ์เลย
เฟ่ยเสวปิงอดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ในใจว่า “นี่......นี่แม่งมันอะไรกันเนี่ย? ทันทีที่มาถึงก็โยนคิงบอมบ์ของตัวเองออกไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าคิงบอมบ์ของตัวเอง อยู่ในสายตาของคนอื่นยังเทียบไม่ได้เท่าเลขสามคู่ของแม่งเลยทีเดียว.........”
เฟ่ยซานไห่ตกใจมากยิ่งขึ้น และเขาก็อดคิดไม่ได้ที่จะคาดเดากับสถานการณ์ปัจจุบันในหัวใจของเขา “ในห้องแห่งนี้ พ่อลูกพวกเราไม่ได้จัดบอดี้การ์ดคนอื่น นอกจากจางชวนเลย และตอนนี้จางชวนก็คุกเข่าอยู่ที่มุมห้องเป็นไอ้ขี้ขลาดทั้งคนเลย แล้วฉันกับลูกชายจะเป็นคู่ต่อสู้กับเจ้าเด็กคนนี้ได้อย่างไร? นี่แม่งจะคว่ำเรืออยู่ในรางน้ำเล็กแล้วเหรอ......”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็รีบลุกขึ้นอย่างประหม่า ประสานมือของเขา โค้งคำนับและพูดว่า “วีรบุรุษหนุ่มใจเย้น.......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...