ครู่ต่อมา คนในตระกูลเฟ่ยนำโดยเฟ่ยเจี้ยนจงและเฟ่ยเข่อซินก็เดินออกจากวิลล่าของตระกูลเฟ่ยและส่งเย่เฉินออกมาด้วยความเคารพ
ในเวลานี้ เฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่ที่สนามหญ้านอกประตูเป็นเวลานานแล้ว
เย่เฉินที่รายล้อมไปด้วยคนในตระกูลเฟ่ยเดินมาถึงเฮลิคอปเตอร์ เขาหันไปหาเฟ่ยเข่อซินและพูดว่า "พอแล้ว รีบไปจัดการเรื่องของพวกคุณเองเถอะ"
เฟ่ยเข่อซินพยักหน้าเบา ๆ และเอ่ยด้วยความเคารพว่า “คุณเย่ เดินทางปลอดภัย"
เย่เฉินมองดูเธอและเอ่ยกำชับเสียงเบาว่า “คุณหนูเฟ่ย ผมจะขอให้ว่านพั่วจวินทิ้งคนเอาไว้บางส่วนเพื่อช่วยเหลือคุณตลอดช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ คุณเองก็ต้องตื่นตัวต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากในตระกูลเฟ่ย สุนัขนั้นแว้งกัดได้ก็จริง แต่ถ้าหากสามารถฝึกฝนเลี้ยงดูได้ก็จะเป็นประโยชน์เช่นกัน”
เฟ่ยเข่อซินรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งและพูดอย่างจริงจังว่า "ขอบคุณคุณเย่ ฉันจะคอยใส่ใจกับมัน... "
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าเช่นนั้น ผมขอตัวก่อนแล้ว มีเรื่องอะไรก็โทรติดต่อ”
พูดจบ เย่เฉินก็ก้าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป
จากนั้น เฮลิคอปเตอร์ก็ออกเดินทางช้าๆ ท่ามกลางความรู้สึกยากจะตัดใจของเฟ่ยเข่อซินและความสนใจของคนในตระกุลเฟ่ย จากนั้นก็มุ่งหน้าบินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ทันทีที่เย่เฉินจากไป คนในตระกูลเฟ่ยหลายคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาในที่สุด
ในเวลานี้ เฟ่ยซานไห่ก็มีความรู้สึกรอดตาแล้วเช่นกัน ทั้งตัวของเขาผ่อนคลายในทันที ราวกับว่าทั้งร่างใช้แรงทั้งหมดไปแล้ว
ลูกชายของเขา เฟ่ยเสวปิงเองก็เหมือนกัน
ในใจของเฟ่ยซานไห่รู้สึกอยู่ไม่สุข
พ่อแม่และญาติของเฟ่ยเข่อซิน ล้วนถูกไล่ออกจากตระกูลเฟ่ยทันทีหลังจากที่เขายึดอำนาจได้
อีกทั้งพี่น้องของเธอที่มีตำแหน่งจริงในบริษัทก็ถูกไล่ออกทันทีเช่นกันโดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาคุกคามอะไรตนได้ เฟ่ยซานไห่ก็ออกคำสั่งอย่างชัดเจนห้ามไม่ให้พวกเขาเข้าร่วมในกิจกรรมสาธารณะ หลังจากที่เขาได้ตำแหน่งมาอย่างมั่นคงแล้วและคุณท่านใหญ่ตายไปแล้ว ตนถึงค่อยปล่อยพวกเขาเป็นอิสระ
ดังนั้น คนในครอบครัวของเฟ่ยเข่อซินจึงถูกบังคับให้ไปไมอามีและถูกกักบริเวณอยู่ในบ้าน
ตอนนี้จู่ๆเฟ่ยเข่อซินก็กลายเป็นผู้นำตระกูลเฟ่ย อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากเย่เฉินและสำนักว่านหลง เฟ่ยซานไห่กังวลว่าเธอจะมาชำระแค้นกับตนเอาทีหลัง ดังนั้นในใจของเขาจึงรู้สึกลนลานเป็นอย่างมาก และทำได้เพียงฝืนเอ่ยออกไปว่า "เข่อซิน... พูดตามความจริง...เรื่องที่ให้ครอบครัวของเธอไปไมแอมีเป็นความตั้งใจของฉันเอง...ฉันรู้สึกว่า พวกเขาไปจากนิวยอร์กแล้ว มันก็จะทำให้ฉันปลอดภัยมากขึ้น..."

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...