ว่าแล้ว หลี่ญ่าหลินก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง : “นายไม่อยากจะทำให้มันชัดเจนหรอกหรือ ว่ากู้ชิวอี๋คนนั้นใช้ช่องทางไหนกันแน่ถึงได้รู้เรื่องที่คุณท่านอาการหนัก?”
อานโฉงชิวรีบพูดขึ้นมา : “ญ่าหลิน ไม่ว่าคุณกู้จะใช้ช่องทางอะไรถึงรับรู้ข่าวคราวอาการป่วยหนักของคุณท่านได้ก็ตาม ฉันรู้สึกว่าเธอไม่มีเจตนาร้ายกับพวกเราตระกูลอานอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่ไม่มีเจตนาร้ายนะ เขายังเป็นผู้มีบุญคุณกับพวกเราตระกูลอานด้วย ถ้าหากไม่ใช่เธอที่เดินทางข้ามมาเป็นพันๆกิโล มาช่วยชีวิตคุณท่านเอาไว้ ตอนนี้คุณท่านก็คงจะล่วงลับไปแล้วแน่ๆ”
อานโฉงชิวพูดมาถึงตรงนี้แล้ว ก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยพูดขึ้นต่อ : “บุญคุณที่ใหญ่หลวงขนาดนี้ พวกเรายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนดีๆเลย แต่ตอนนี้กลับต้องมาสำรวจเธอแล้ว เรื่องนี้อยู่เหนือทั้งเรื่องของความรู้สึกและเหตุผลทั้งนั้น ถ้าหากเธอรู้เข้า จะรู้สึกว่าตระกูลอานของพวกเราไม่มีจิตใจที่ดีงามเอาได้”
หลี่ญ่าหลินรู้สึกสงสัยอยู่พักหนึ่ง แล้วเอ่ยพูดขึ้นอย่างจริงจัง : “โฉงชิว เรื่องนี้ไม่เพียงแค่เป็นการตรวจสอบเพื่อตระกูลอานของพวกนาย ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นการตรวจสอบเพื่อเคลียร์คดีนี้ ฉันบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่ากู้ชิวอี๋คนนี้สามารถไม่ประสบกับปัญหาใดๆในกับดักของเฟ่ยฮ่าวหยางได้ แม้กระทั่งทำให้เฟ่ยฮ่าวหยางทำตัวเองเสียด้วยซ้ำ ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าข้างๆกายเธอนั้นจะต้องมีคนที่มีความสามารถคอยบัญชาการอยู่อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นคนๆนั้นทำก็ได้นะ!”
ว่าแล้ว หลี่ญ่าหลินก็เอ่ยขึ้นมาอีก : “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเฟ่ยฮ่าวหยาง หรือว่าเรื่องการฆ่าสังหารของคุณท่านเฟ่ย ฉันล้วนแต่ยังหาเบาะแสใดๆไม่ได้เลย โอกาสในตอนนี้ฉันปล่อยไปไม่ได้”
จากนั้น หลี่ญ่าหลินก็เอ่ยพูดเสริมขึ้นมาอีกครั้ง : “โฉงชิว นายวางใจได้ ฉันตรวจสอบกู้ชิวอี๋ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายอยู่แล้ว ฉันทำในฐานะที่ฉันเป็นตำรวจคนหนึ่ง เป็นการตัดสินใจเพื่อการไขคดี นายเองก็ไม่ต้องมีความรู้สึกด้านลบใดๆทั้งนั้นเหมือนกัน”
อานโฉงชิวถอนหายใจออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้พลางเอ่ยขึ้น : “ญาหลิน นายเป็นตำรวจ จะตรวจสอบคดีอย่างไรนั่นก็เป็นความอิสระของนายอยู่แล้ว ฉันไม่ก้าวก่ายอะไรมากหรอก”
หลี่ญ่าหลินเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา : “ฉันสงสัยว่าเธอเกี่ยวข้องกับคดีที่เฟ่ยฮ่าวหยางถูกลักพาตัวไป เพราะฉะนั้นฉันจำเป็นต้องสืบเรื่องของเธอให้ชัดเจน แต่ก่อนที่เรายังหาเบาะแสความจริงไม่เจอนั้น นายจะต้องแน่ใจว่าเรื่องนี้จะไม่รั่วไหลออกไป มิเช่นนั้นแล้วพวกเราสองคนจะลำบากเอา!”
ลูกน้องของหลี่ญ่าหลิน ชัดเจนดีกับความร้ายแรงของเรื่องนี้
ในสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเทศที่ยึดปฏิบัติตามกฎหมายที่มีความชัดเจนอีกทั้งมีข้อจำกัดในทุกๆที่ หากยังไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา แล้วสืบติดตามบุคคลสาธารณะตามอำเภอใจแบบนี้ ถ้าหากถูกเปิดเผยออกมา มีความเป็นไปได้มากที่จะได้รับข้อวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันของมวลชน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...