เย่เฉินเหลือบมองเฟ่ยเข่อซินและเอ่ยเรียบๆ "คนเหล่านี้เป็นคนที่คุณหนูเฟ่ยนำมา แล้วเป็นฉันที่เชิญพวกเขาให้มาช่วย"
เฉินตัวตัวถามด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือคะ?”
เย่เฉินไม่ตอบ แต่กลับถามเธอด้วยความระแวดระวังอยู่หลายส่วน "คนที่รู้ว่าตระกูลอานอยู่ที่นี่คืนนี้ มีใครบ้าง?"
"ไม่มีใครนี่" เฉินตัวตัวเอ่ยปาก "นอกจากชิวอี๋และฉันแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก"
หลังจากนั้น เธอก็ถามอย่างตกใจว่า “ทำไมกัน?! เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?!”
เย่เฉินพูดอย่างเย็นชา “เมื่อกี้มีโจรบุกเข้ามาโจมตีคนตระกูลอาน”
"โจมตี?!" เฉินตัวตัวตกตะลึงตาค้างและโพล่งออกมา “มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
พูดจบ เธอก็มองไปรอบๆ และพูดด้วยความสงสัย "แต่คุณเย่...ที่นี่ดูไม่เหมือนเพิ่งเกิดการโจมตีกันขึ้นเลย..."
เย่เฉินมองดูเธอและถามต่อว่า “ตัวตัวฉันถามเธอ พวกเธอรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าคนตระกูลอานจะมาดูคอนเสิร์ต? หลังจากรู้แล้ว พวกเธอทำอะไรไปบ้าง?”
เฉินตัวตัว รีบพูด "ชิวอี๋ได้รับโทรศัพท์จากนายหญิงใหญ่ตระกูลอานเมื่อเช้านี้ หลังรู้ว่าพวกเขากำลังมาดูการแสดง เธอจึงโทรหาคุณเย่เพื่อยืนยันทันที หลังจากที่คุณรับปาก พวกเราก็จัดห้องส่วนตัวของตระกูลอานเอาไว้ข้างๆคุณ”
หากเฉินตัวตัวเป็นหนอนบ่อนไส้หรือเปิดเผยความลับออกไป อย่างนั้นเธอก็คงไม่ใช่แค่เปิดเผยข้อมูลของตายายคนในตระกูลอานออกไปเท่านั้น แต่จะต้องบอกเรื่องของตนกับอีกฝ่ายด้วยอย่างแน่นอน เพราะท้ายที่สุด ตนต่างหากที่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในคืนนี้
ดังนั้น จากจุดนี้เพียงอย่างเดียวก็สามารถระบุได้ว่าหนอนบ่อนไส้ไม่ใช่เฉินตัวตัวอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เย่เฉินก็ถามต่อไปว่า “ถ้าตามที่เธอพูดมา ก่อนที่ตระกูลอานจะมาถึงในคืนนี้ นอกจากเธอและหนานหนานแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะจัดให้อยู่ห้องส่วนตัวห้องไหนใช่ไหม?”
"ใช่!" เฉินตัวตัวเอ่ยอย่างหนักแน่น "เรื่องนี้ พวกเราไม่ได้สั่งให้ใครไปจัดการ อีกทั้งหลังจากที่คนตระกูลอานมาถึงก็เป็นฉันที่พาเข้ามาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ระหว่างที่พาพวกเขาขึ้นมาชั้นบน ฉันก็ไม่ได้ให้พนักงานคนไหนตามมา หลังจากรับรองตระกูลอานเรียบร้อยแล้ว ฉันยังกำชับพนักงานเป็นพิเศษว่าทุกคนไม่ควรขึ้นไปชั้นบนหากไม่ได้มีคำสั่งเรียกจากแขกในห้อง แต่แน่นอนว่าฉันไม่สามารถรับรองได้อย่างเด็ดขาดว่าหลังจากที่คนตระกูลมาถึงแล้ว พนักงานของเราจะไม่รู้จักตัวตนของเขาอย่างแน่นอน...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...